ท่านก็บอกว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ลูกหลานท่านก็คือลูกหลานผม
ท่านเคยมาเป็นพี่มาหลายแสนชาติ
ผมจะเป็นพยานอ้างเองว่าทำอย่างนั้นๆไว้ แล้วก็ไล่ไปสวรรค์เป็นอย่างต่ำ นี่จุดหนึ่งนะ
แล้วก็ก่อนหน้าจะมา 4-5 วันก็นอนๆ ภาวนาอยู่ ตามธรรมดาของฉันเป็นอย่างนี้
เวลาอยู่คนเดียว ถ้าว่างงานอื่น ไม่ว่างงานอื่นจะพิจารณา นี่ไม่ใช่อวดนะ ถือเป็นปกติเลย
ถามท่านว่า เรื่องของร่างกายฉันเป็นอย่างไร ยืนยันไหมว่าหายหรือไม่หายโรค
ถ้าไม่หายเป็นก็ไม่เป็นไร บ้านฉันมีอยู่ (นิพพาน)
ท่านบอกว่า เกณฑ์การตายของท่านยังไม่มี สมเด็จฯไม่อนุญาต เวลานี้เลยกาลมาแล้ว
ท่านก็พลิกบัญชีดูบอก คุณ....ไม่กี่วันก็จะถึงเวลานี้
แต่ว่าตอนนั้นจะต้องปรับเรื่องร่างกายอีกชั่วระยะหนึ่ง เพราะว่าโทรมมากไป ใช่ไหม
ต่อไปไม่นานนักพอถึงสีน้ำเงินก็จะเป็นสีทอง
อีตอนนี้จะมีโชคมาก เกี่ยวกับลูกหลานจะมีตังค์มาให้ ถ้ามันไม่รวยมันให้ไม่ได้ ก็ยุลูกหลานให้รวยไว้
เพราะตั้งแต่ป่วยมา 6 ปี ไม่เคยไปไหนเลย ออกจากตัวปั๊บก็ไปที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ไปหาโยม ไปนิพพานเลยไปแค่ 2 ที่ ที่อื่นไม่แวะ ก็แน่วแน่ว่ามันจะพังเมื่อไรร่างกายใช่ไหมจะเกาะมันทำไม
ท่านบอกว่า ไปได้แล้ว เลยบอก ยืนยันก่อนว่าไข้จะหายท่านบอกรับรอง ก็พอดีท่านย่ากับแม่ศรีมา ท่านบอกว่าคุณ...ตามท่านไปเถิด ฉันไปด้วย ก็พอดีที่ท่านย่าพูดสมเด็จฯ มาท่านบอก คุณ..ไปเถิด ฉันไปด้วยเหมือนกัน ก็เลยคิดเรื่องนี้คงเป็นเรื่องสำคัญ ก็เลยตามท่านไป สองคนก็เดินนำไปพอถึงก็เลี้ยวเข้าสำนัก แต่สำนักของท่านนายบัญชีและพระพยายมนั่งรออยู่ด้วยเหมือนกัน
ถามลุง นั้นใคร ท่านบอก ผมครับ
ถามนายบัญชี ลุง...นั้นใคร ผมครับ
ถาม นี่ ใคร ผมครับ
ถามว่า มันเป็นไปได้ยังไงบุคคลเดียวกัน ท่านก็ย้อนถามว่า
วัว ควาย เป็ด ไก่ ที่ถูกไก่เชือดเมื่อสาทรจีน มันคอยตอนรับคนเชือด เขาเข้าไปเป็นพยาน กับพยายมจะกล่าวโทษบุคคลนั้นทันที
เลยถามท่าน บอก สัตว์ตายแล้วย่อมเกิดเป็นเทวดาบ้าง เป็นคนบ้าง ทำไมจึงเป็นรูปสัตว์ได้ ในเมื่อมาไม่ได้
ที่พูดให้ฟังตามนี้นะว่าพยานมันคอยอยู่อย่านึกว่าทุกอย่างมันลืม ไม่มีหมดหรอก
บวชชีตอนปลาย
คุณลุงเลยถาม (เห็นบุญมากกว่าบาป) เจ้าทำไมจึงต้องมาสำนักพยายม ซึ่งไม่จำเป็นเลยถ้าบุญขนาดนี้จะต้องไปสวรรค์หรือพรหมโลกทันที
แกเลยบอกว่า เรื่องมันอย่างนี้เจ้าค่ะ ตอนต้นเวลาป่วยก็ดีนึกถึงกุศล ภาวนาบ้าง จิตใจก็สงบ
โอ้โฮใจแป้ว มันจะไปขุมไหนกันหว่า นี่ขนาดนี้นะ
อย่าลืมว่าการทำบุญทำกุศล เจริญคำภาวนามันเป็นได้ตามนี้นะอย่าประมาทนะ
ก็รวมความว่าแกไปชั้นยามา ฉันก็เลยลามาหมดเรื่องขี้เกียจตามไป
ภาพพยายมราช จากเพจ ช่องส่องผี The Real Ghosts
คาถาบูชา ท่านท้าวพญายมราช
(ท่อง นะโม 3 จบ)
ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ
จิตตะเมตะ นิพพานัง สุขะโตจุติ
(ท่อง 3-9 จบ) หรือตามจิตศรัทธา
ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ กำหนดจิตถึงท่าน
ลูก(ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด) ขอกราบสักการะบารบารมีแด่องค์ท่านพ่อ พญายมราช ผู้ยิ่งใหญ่ ลุกขอความเมตตา ท่านพ่อพญายมราช ทรงช่วยลูก หากมีภูมิผีร้าย ปิศาจ มนต์ดำ รึโหงพลายตนใด เข้ามาระรานกายสังขาร ดวงจิต สร้างภัยร้ายเพื่อประสงค์ให้ถึงแก่ตัวลูก (คนในครอบครัวก็ได้ เอ่ยชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด)
ขอบารมีแห่งท่านพ่อพญายมราช ช่วยขจัดปัดเป่า ปกปักรักษาคุ้มครอง ตัวลูกให้ปลอดภัย และขอบารมีแห่งท่านช่วยขับไล่ สิ่งชั่วร้าย วิญญานร้าย เหล่านั้น ให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ควรแล้วของเขาเหล่านั้น
และไม่สามารถไปทำร้ายใครได้อีก
หากมีผู้ใดคิดร้ายแก่ตัวลูก ด้วยการทุจริตมิชอบ หวังร้าย ใส่ความอันเป็นเท็จ คิดจะทำร้ายชีวิต ก็ขอให้เขาเหล่านั้น จงแพ้ภัยด้วยตัวของเขาเอง ด้วยกรรมของเขาเองที่ทำมาจากทั้งอดีตชาติและปัจจุบันชาติของเขาเหล่านั้น
หากลูกนี้ต้องเจ็บป่วยร้อนกาย จากความป่วยไข้ ลูกขอบารมีแห่งท่านพ่อพญายมราช คุ้มครองกายสังขารของลูกนี้ อย่าให้มีสิ่งใดแทรกเข้ามา แฝงเข้ามา ยามที่กายสังขารลูกยังอ่อนแอ และให้ลูกแข็งแรง มีกำลังขึ้นได้ในเร็ววัน
ลูกจะขอใช้ชีวิตต่อจากนี้ เพื่อสร้างกรรมดี สะสมบุญทาน ทำความดี ใช้ชีวิตด้วยความซื่อตรงและสุจริต คิดดี ทำดี พูดดี ปฏิบัติดี ต่อจากนี้ไป
คาถาบูชาพ่อพญายมราช
โดย อ.เรนนี่ ช่องส่องผี






















