Blog นี้สร้างมาเพื่อ เป็นสื่อกลางให้ผู้สนใจในการปฏิบัติ ได้มาศึษาหาความรู้ และ แนะนำสถานที่ปฏิบัติให้แก่ผู้สนใจ และ ช่วยนักปฏิบัติผู้กำลังหลงทาง ให้เจอทางออก และ เข้าถึงซึ่งความเป็นจริงของสภาวะ

27 มกราคม 2553

ประวัติ ท่านเจ้าคุณโชดก ป.ธ.๙



ประวัติ พระธรรมธีรราชมหามุนี
(โชดก ญาณสิทฺธิ ป.ธ.๙)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพมหานคร



๑.ชาติภูมิ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ ป.ธ.๙)
นามเดิมชื่อ “หนูคล้าย” (ภายหลังสมเด็จ “เขมจารีมหาเถร” วัดมหาธาตุ ได้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า “โชดก” นามสกุลว่า “นามโสม” เกิดวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๔๖๑ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ท่านเกิดที่บ้านหนองหลุบ ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น บิดาของท่านชื่อ “เหง้า” มารดาชื่อ “น้อย”
ครอบครัวของนายเหล้า และนางน้อย นามโสมมีบุตรและธิดารวม ๑๐ คน มีรายชื่อตามลำดับดังนี้..


ธิดาคนที่ ๑ นางบุญ สิทธิ อยู่ที่บ้านหนองหลุบ ถึงแก่กรรม
ธิดาคนที่ ๒ นางสูน แซ่เอี่ยว อยู่ที่อำเภอน้ำพอง ยังมีชีวิต
ธิดาคนที่ ๓ นางปุ่น เข้าเกลียว อยู่ที่บ้านหนองหลุบ ยังมีชีวิตอยู่
ธิดาคนที่ ๔ นางเปี่ยง หล่ำแขก อยู่ที่บ้านหนองหลุบ ถึงแก่กรรมแล้ว
ธิดาคนที่ ๕ นางเครื่อง เมืองจันทร์ อยู่ที่น้ำเกลี้ยง ถึงแก่กรรม
บุตรชายคนที่ ๖ นายหนูคล้าย นามโสม (คือท่านเจ้าคุณ)
บุตรชายคนที่ ๗ นายคุ้ม นามโสม อยู่ที่บ้านหนองหลุบ ยังมีชีวิตอยู่
ธิดาคนที่ ๘ นางสุ่ม จันทะสอน อยู่ที่บ้านหนองหลุบ ยังมีชีวิตอยู่
ธิดาคนที่ ๙ นางทุม (นามสกุลจำไม่ได้) อยู่ที่บ้านโคกสูง ยังมีชีวิตอยู่
ธิดาคนที่ ๑๐ นางทองอยู่ คนใหญ่ อยู่ที่บ้านโคกสูง ยังมีชีวิตอยู่
บิดาของท่านชื่อ เหง้า มารดาชื่อ น้อย ท่านมีพี่น้องร่วมตระกูล ๙ คน เป็นพี่สาว ๕ คน น้องชาย ๑ คน และน้องสาว ๓ คน และปู่ของท่านมีบรรดาศักดิ์เป็นขุน ชื่อขุนวงษ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านติดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย มีฐานะดี ส่วนบิดาของท่านเป็นชาวนา มีแต่ความรู้พิเศษ เป็นหมอชาวบ้าน-ช่างไม้-ช่างเหล็ก ประจำหมู่บ้าน.

๒. การศึกษาเบื้องต้น
พ.ศ. ๒๔๗๒ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านหนองหลุบ ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่ออายุได้ ๑๕

๓. บรรพชาอุปสมบท
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๗๗ เมื่ออายุ ๑๕ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์กลาง โดยมีพระครูเลิ่ง เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และย้ายไปเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดกลาง ในตัวเมืองของแก่น สอบนักธรรมตรีได้จากวัดนี้ และย้ายไปอยู่วัดยอดแก้ว ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียนนักธรรมชั้นโท และบาลีมูลกัจจายน์ และสอบนักธรรมชั้นโทได้ พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้ย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ โดยครั้งแรกได้อยู่วัดเทพธิดาราม สอบ ป.ธ. ๓ ป.ธ.๔ และสอบนักธรรมชั้นเอกได้ในสำนั
กนี้ พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้ย้ายมาอยู่วัดมหาธาตุ โดยขุนวจีสุนทรรักษ์เป็นผู้นำมาฝากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เขมจารีมหาเถร) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิมลธรรมได้เมตตารับไว้ให้อยู่ คณะ๑


๔. วุฒิการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบได้นักธรรมชั้นตรี ในสำนักเรียนวัดโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. ๒๔๗๘ สอบได้นักธรรมชั้นโท ในสำนักเรียนวัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๑ สอบได้ ป.ธ.๓ – ป.ธ. ๔ ในสำนักเรียนวัดเทพธิดาราม พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๙๔ สอบได้ ป.ธ.๕ – ป.ธ. ๙ ในสำนักเรียนวัดมหาธาตุ ในสมัยสอบ ป.ธ. ๙ ได้ใน พ.ศ. ๒๔๙๔ นับเป็นผู้สอบได้เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๔๙๒ ได้ปฏิบัติศาสนกิจ ณ จังหวัดขอนแก่น โดยครั้งแรกเปิดสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรม-บาลี ที่วัดสว่างวิทยา อำเภอเมือง ประมาณ ๑ ปี แล้วย้ายมาอยู่ที่วัดศรีนวล ในเขตเทศบาลเมืองขอนแก่น ปรากฏว่าได้ส่งเสริมการศึกษาในสำนักนี้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีพระภิกษุสามเณรสอบนักธรรมและบาลีได้มากทุปี ต่อมาท่านได้ลากออกจากตำแหน่งสาธารณูปการจังหวัดเพื่อกลับมาอยู่วัดมหาธาตุ สำนักเดิม

๕. การปฏิบัติศาสนกิจ
พ.ศ. ๒๔๙๓ ย้ายกลับเข้ามาอยู่วัดมหาธาตุ ในสมัยท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) ครั้งดำรงสมณะศักดิ์ที่ พระพิมลธรรม เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้อยู่ที่คณะ ๕ วัดมหาธาตุ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะ ๕ วัดมหาธาตุ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๔๙๓ และอยู่ประจำที่คณะ ๕ มาตลอดจนมรณภาพ

๖. หน้าที่การงานเกี่ยวกับการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๘๓ – ๒๔๓๐ -เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมทั้งนักธรรม-บาลี ในมหาธาตุวิทยาลัย ได้เป็นครูสอนบาลีไวยากรณ์ชั้นสูงมูล ๓ ได้นิตยภัตตั้งแต่เดือนละ ๖ บาท ใน พ.ศ. ๒๔๘๓ จนกระทั้งสอน ป.ธ. ๗-๘-๙
-เป็นกรรมการตรวจประโยคนักธรรม-บาลี สนามหลวง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๗ ตลอดมาจนมรณภาพ -เป็นผู้อำนวยการแผนกบาลี สำนักเรียนวัดมหาธาตุ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา


๗. หน้าที่เกี่ยวกับด้วยพระไตรปิฎก
พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทย ในแผนกตรวจสำนวน พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจทานพระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการปาลิวิโสธกะพระอภิธรรมปิฎก ฉบับสังคายนา พ.ศ. ๒๕๓๐ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานบรรณกรในการพิมพ์พระไตรปิฎก ฉบับสังคายนา พ.ศ. ๒๕๓๐

๘. งานด้านวิปัสสนาธุระ
พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอยู่ ณ มณฑปพระธาตุ วัดมหาธาตุ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ถึง ๑๙ ตุลาคม ๒๔๙๔ รวมเวลา ๗ เดือน ๑๙ วัน โดยพระภาวนาภิรามเถระ (สุข) วัดระฆังเป็นอาจารย์สอน

พ.ศ. ๒๔๙๕ ไปดูการพระศาสนาที่ประเทศพม่า และได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ สำนักศาสนายิสสา เมืองอย่างกุ้ง ประเทศพม่า เมื่อสำเร็จการศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนาแล้ว ได้เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมกับพระอาจารย์ด้านวิปัสสนากรรมฐาน ๒ รูป ทีรัฐบาลไทยขอจากรัฐบาลพม่าเพื่อมาสอนวิปัสสนากรรมฐาน ประจำอยู่อยู่ในประเทศไทย พระวิปัสสนาจารย์ ๒ รูปนั้น คือ ท่านอาสภเถระปธานกัมมัฏฐานาจริยะและท่านอินทวังสะ ธัมมาจริยะกัมมัฏฐานาจริยะ

เมื่อท่านกลับมาประเทศไทยแล้ว ท่านได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอยู่อีก ๔ เดือน ในสมัยนั้นท่านเจ้าประคุณเด็จพระพุฒาจารย์ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพิมลธรรม ได้ประกาศตั้งสำนักวิปัสสนาธรรมฐานแห่งประเทศไทย ขึ้นที่วัดมหาธาตุ และได้แต่งตั้งท่านครั้งเป็นพระมหาโชดก ป.ธ. ๙ ให้เป็นพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระเป็นรูปแรก ท่านได้รับภาระหนักมาก เพราะเป็นกำลังสำคัญของท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ในการวางแผนขยายสำนักสาขาไปตั่งในที่ต่างๆทั่วประเทศ จัดทำหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐานคัดเลือกพระวิปัสสนาจารย์ไปสอนประจำอยู่ตามสำนักสาขาที่ตั้งขึ้นและจัดไว้สอนประจำที่วัดมหาธาตุ พระวิปัสสนาจารย์ทั่วประเทศ ส่วนมากเป็นศิษย์ของท่าน

อนึ่ง ในครั้งนั้น ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ได้จัดตั้งกองกรวิปัสสนาธุระขึ้นเป็นศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน ที่คณะ ๕ วัดมหาธาตุ และได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อำนวยการกองการวิปัสสนาธุระ ในความอำนวยการของท่าน มีกิจการเจริญก้าวหน้ามาก มีผลงานปรากฏ ดังนี้
๑. จัดพิมพ์วิปัสสนาสารซึ่งเป็นวารสารราย ๒ เดือน (ออกปีละ ๖ เล่ม) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ และได้ออกติดต่อ ตลอดมาถึงบัดนี้มีสมาชิกให้การอุดหนุนวารสารนี้มีมากพอสมควร

๒. จัดการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานขึ้นที่คณะ ๕ โดยจัดสร้างห้องปฏิบัติขึ้นรับผู้ประสงค์จะเข้าปฏิบัติ หรือผู้มีปัญหาชีวิต เข้าปฏิบัติได้ทุกเวลา ทั้งประเภทอยู่ประจำและไม่ประจำ (คือมารับพระกรรมฐานจากอาจารย์ไปปฏิบัติที่บ้านแล้วมารับสอบอารมณ์หรือมาปฏิบัติในเวลาว่างแล้วกลับไปพักที่บ้าน)

๓. อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาจารย์ และคณะศิษย์ของท่านได้ไปสอนวิปัสสนากรรมฐาน ในพระอุโบสถวัดมหาธาตุ ตึกมหาธาตุวิทยาลัย ตึกธรรมวิจัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทุกวันพระ และวันอาทิตย์

๔. ให้ความอุปถัมภ์สำนักวิปัสสนากรรมฐานอื่นที่เป็นสาขาอีกหลายสำนัก เช่น สำนักวิเวกอาคม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักวิปัสสนาภูระงำ อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น และสำนักบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นต้น พระธรรมธีรราชมหามุนีนั้น ได้อุทิศชีวิตอบรมและเผลแพร่วิปัสสนากรรมฐานติดต่อมาเป็นเวลายาวนานประมาณ ๔๐ ปี

จึงมีศิษยานุศิษย์และมีผู้เคารพศรัทธาเลื่อมใสมาก ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และบุคคลผู้มาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น มีทุกระดับชั้น ทุกฐานะอาชีพ เช่น ในช่วง พ.ศ. ๒๔๙๘ ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระอุดมวิชาญาณเถร ได้เป็นพระอาจารย์ถวายวิปัสสนากรรมฐานแด่สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (ปัจจุบัน คือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ซึ่งได้เสด็จมาสมาทานพระกรรมฐานเมื่อวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ พระมณฑปพระบรมธาตุ วัดมหาธาตุ

ในโอกาสนั้น ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ครั้งดำรงตำแหน่งสมณศักดิ์ทีพระพิมลธรรม ได้วายศีลแล้วพระอุดมวิชาญาณเถร เป็นผู้ถวายพระกรรมฐานและถวายสอบอารมณ์ พระกรรมฐานด้วย เป็นประจำทุกวัน ณ พระมณฑปพระบรมธาตุ เวลา ๑๙.๐๐ น. รวมเวลาที่ทรงปฏิบัติพระกรรมฐานเป็นเวลา ๑ เดือน และทรงได้รับผลจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ได้เป็นอาจารย์ถวายวิปัสสนากรรมฐานแด่พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ) ซึ่งเป็นพระอาจารย์มีเกียรติคุณในด้านสมถกรรมฐาน (วิชาธรรมกาย) มีชื่อเสียงมากในประเทศไทย โดยท่านไปถวายวิปัสสนากรรมฐานแด่หลวงพ่อที่วัดปากน้ำตลอดเวลา ๑ เดือน ครบหลักสูตรและหลวงพ่อวัดปากน้ำได้มาฟังเทศน์ลำดับญาณ ณ พระอุโบสถวัดมหาธาตุ โดยพระอุดมวิชาญาณเถรได้ถวายเทศน์ลำดับญาณ ปรากฏว่าหลวงพ่อได้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างดี เพราะท่านได้นำสมถกรรมฐานมาต่อวิปัสสนากรรมฐาน พิจารณาไตรลักษณ์ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ หลวงพ่อได้มอบภาพของท่านไว้เป็นที่ระลึกแก่สำนักวิปัสสนาวัดมหาธาตุ และได้เบียนบันทึกใต้ภาพยกย่องว่า “สำนักวิปัสสนากรรมฐาน เป็นสำนักที่สอนวิปัสสนาถูกต้องร่องรอยในมหาสติปัฏฐานทุกประการ”

๙. หน้าที่เกี่ยวกับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๔๙๐-๒๕๓๐ - ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการชำระหนังสือธัมมปทัฏฐกถา ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลย - เป็นอาจารย์บรรยายวิชาพระพุทธศาสนาในชั้นอุดมศึกษา - เป็นกรรมการบริหารกิจการ - เป็นกรรมการพิจารณาหลักสูตรบาลีสำหรับมหาจุฬาฯ - เป็นรองประธานกรรมการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ - เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย

๑๐. หน้าที่เกี่ยวกับการบริหารคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๕๓๐ - ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการกรรมการสงฆ์จังหวัดขอนแก่น - กรรมการสาธารฯณูปการจังหวัดขอนแก่น - เจ้าคณะภาค ๑๐ - เจ้าคณะภาค ๙- พระอุปัชฌาย์ประจำวัดมหาธาตุ - รองเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ - รองประธานกรรมการสงฆ์บริหารมหาธาตุ รูปที่ ๑

๑๑. หน้าที่งานพิเศษ
-ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ ๓ -เป็นหัวหน้าผู้อำนวยการ งานพระธรรมทูตสายที่ ๖ -เป็นอนุกรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อร่วมพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาวัดที่ว่างเจ้าอาวาสเพื่อหาข้อมูล

๑๒. งานเผยแพร่
-เป็นพระธรรมกถึกทั้งเทศน์คู่และเทศน์เดี่ยว -เป็นองค์ปาฐกแสดงปาฐกถาธรรม -องค์บรรยายธรรมทางวิทยุเป็นประจำหลายสถานี -บรรยายทางโทรทัศน์ -นับว่าท่านเป็นพระสงฆ์มีความเชี่ยวชาญในการบรรยายธรรม ได้รับความนิยมมากจากผู้ฟังทั้งจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเป็นอย่างดี

๑๓. งานสาธารณูปการและงานสาธารณสงเคราะห์
พระธรรมธีรราชมหามุนี มีผลงานด้านงานสาธารณูปการและงานสาธารณสงเคราะห์ปรากฏอย่างกว้างขวาง ทั้งภายในวัดมหาธาตุ และภายนอกวัด ดังมีหลักฐานปรากฏตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๓๐ ดังนี้

๑) งานสาธารณูปการภายในวัดมหาธาตุ -จัดหาทุนสร้างห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในวัดมหาธาตุ -จัดหาเงินสมทบทุนมูลนิธิวิปัสสนากรรมฐาน -สร้างตึกอุดมวิชาในคณะ ๕ วัดมหาธาตุ -เป็นประธานกรรมการหาทุนก่อสร้างตึกมหาธาตุวิทยาลัยอาคารทรงไทย ๔ ชั้น -เป็นประธานกรรมการหาทุนบูรณะโรงเรียนธรรมมหาธาตุวิทยาลัย และสร้างโรงครัวครูปริยัติธรรม -เป็นประธานกรรมการจัดหาทุนและก่อตั้งมูลนิธิศรีสรรเพชญ์ -ร่วมสมทบบูรณะคณะ ๘ วัดมหาธาตุ -บริจาคร่วมสร้างพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย -เป็นประธานกรรมการจัดหาทุนสร้างพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย -เป็นกรรมการอุปถัมภ์จัดหาทุนสร้างโรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รวมงานสาธารณูปการภายในวัดมหาธาตุที่ได้ดำเนินการมาเป็นเงินประมาณ ๑๔,๓๒๕,๐๐๐.๐๐ บาท (สิบสี่ล้านสามแสนสองหมื่นห้าพันบาท)

๒) งานสาธารณูปการภายนอกวัด - งานก่อสร้างปฏิสังขรณ์วัดสว่างพิทยา บ้านหนองหลุบ ซึ่งเป็นถิ่นบ้านเกิด - จัดหาทุนสร้างโรงเรียนปริยัติธรรมวัดธาตุ ขอนแก่น ๒ หลัง - จัดหาทุนสร้างอุโบสถวัดโพธิ์ชัย จังหวัดขอนแก่น - จัดหาทุนสร้างโรงเรียนประชาบาลบ้านหนองหลุบ - เป็นประธานจัดหาทุนสร้างวัดพุทธประทีปในระยะเริ่มแรก - อุปถัมภ์สร้างอาคารเรียน ในโรงเรียนประชาบาลบ้านหนองบัว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี - เป็นประธานจัดหาทุนสร้างตึกสงฆ์อาพาธสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) ในโรงพยาบาลขอนแก่น - บริจาคสร้างตึกสงฆ์สยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช - อุปถัมภ์สำนักวิปัสสนากรรมฐาน ภูระงำ อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น - หาทุนสร้างสำนักวิเวกอาคม ตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดเชิงเทรา รวมงานสาธารณูปการภายนอกวัด เป็นเงินประมาณ ๑๓,๔๕๖,๐๐๐.๐๐ (สิบสามล้านสี่แสนห้าหมื่นหกพันบาท) รวมเงินที่จัดหาในงานสาธารณูปการทั้งภายในวัดมหาธาตุ และภายนอกวัด เป็นเงินประมาณ ๒๗,๐๘๑,๐๐๐.๐๐ บาท (ยี่สิบเจ็ดล้านแปดหมื่นหนึ่งพันบาท)

๑๔. งานต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๔๙๕-๒๕๒๘ - ไปดูพระศาสนาและปฏิบัติกรรมฐาน ณ ประเทศพม่า - ไปสอนวิปัสสนากรรมฐาน ณ ประเทศอังกฤษตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์สมาคมแห่งประเทศอังกฤษ - เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตประจำประเทศอังกฤษ - ริเริ่มสร้างวัดไทยในประเทศอังกฤษ ปัจจุบันได้สร้างเป็นวัดไทยโดยสมบูรณ์ ชื่อว่าวัดพุทธประทีป โดยท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุรูปแรก - เป็นกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตที่จะไปต่างประเทศ - ไปสอนวิปัสสนากรรมฐานที่วัดไทย ในสหรัฐอเมริกา - รับชาวต่างประเทศปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดมหาธาตุ และให้ได้บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา

๑๕. งานนิพนธ์
พระธรรมธีรราชมหามุนี เป็นพระมหาเถระเชี่ยวชาญแตกฉานในพระไตรปิฏกและมี ความทรงจำเป็นเลิศ สามารถบอกเรื่องราวต่างๆว่าอยู่ในเล่มใด และบางครั้งบอกหน้าหนังสือเล่มนั้นด้วย และท่านยังเป็นนักประพันธ์ ที่นิพนธ์เรื่องศาสนาได้รวดเร็ว และได้นิพนธ์ไว้มากมายหลายเรื่อง เฉพาะที่หาข้อมูลได้ แบะบทนิพนธ์ของท่านเป็นประเภทดังนี้

๑ ) ประเภทวิปัสสนากรรมฐาน มีหนังสือประมาณ ๒๑ เรื่อง เช่น เรื่องความเป็นมาของวิปัสสนากรรมฐาน คำบรรยายวิปัสสนากรรมฐาน จำนวน ๙ เล่ม
๒ ) ประเภทพระธรรมเทศนา มีหนังสือประมาณ ๔ เรื่อง เช่น เรื่องเทศน์คู่อริสัจ ฯลฯ
๓ ) ประเภทวิชาการ มีหนังสือประมาณ ๘ เรื่อง อภิธัมมัตถสังคหะปริเฉทที่ ๑-๙ ฯลฯ
๔ ) ประเภทสารคดี มีหนังสือประมาณ ๒๐ เรื่อง เช่น เรื่องพระมาลัยโปรดสัตว์นรก ฯลฯ
๕ ) ประเภทตอบปัญหาทั่วไป มีหนังสือประมาณ ๕ เรื่อง เช่น ตอบปัญหาเรื่องบุญบาปและนรกสวรรค์เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีคำขวัญ คำอนุโทนา คติธรรม เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์ต่างๆ ที่มีผู้ขอมา

๑๖. สมณศักดิ์
วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๗ (อายุ ๓๖ พรรษา ๑๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเปรียญวิปัสสนาธุระที่ “พระอุดวิชาญานเถระ”

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๕ (อายุ ๔๔ พรรษา ๒๓) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ “พระราชสิทธิมุนี ศรีปิฏกโกศล วิมลวิปัสสนาจารย์อุดมวิชาญาณวิจิตรยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ (อายุ ๕๒ พรรษา ๓๑) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ “พระเทพสิทธิมุนี สมถวิถีธรรมาจารย์ วิปัสสนาญาณโสภณ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ (อายุ ๖๙ พรรษา ๔๘) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศิกดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม มีพระราชทินนามว่า “พระธรรมธีรราชมหามุนี คัมภีรญาณวิมลโสภณธรรมานุสิฐตรีปิฏกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี”

๑๗. อวสานชีวิต
พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ ป.ธ. ๙) ได้ถึงแก่มรณภาพ โดยอาการอันสงบ ในอิริยาบถนั่งเจริญวิปั
สสนากรรมฐาน ขณะไปทำการสอนวิปัสสนากรรมฐานที่บ้านโยมอุปัฏฐาก ในวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๓๑ เวลา ๑๕.๐๐ น. รวมสิริอายุได้ ๗๐ ปี ๒ เดือน ๑๕ วัน นำความเศร้าโศก แสนเสียดายอาลัยมาสู่คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปอย่างยิ่ง ขออำนาจบุญกุศลทั้งปวง ได้โปรดดลบันดาลให้พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ ป.ธ. ๙) ประสบสันติสุขในสัมปรายาภพทุกประการ

ดังสุนทรโวหารที่ท่านได้นิพนธ์ในสุดท้ายแห่งชีวิตดังนี้
เตรียมสร้างทางชอบไว้ หวังกุศล
ตัวสุขส่งเสริม เพิ่มให้
ก่อนแต่มฤยูดล เผด็จชีพ เทียวนา
ตายพรากจากโลกได สถิตด้าว แดนเกษม.
.
.
=============================

18 ความคิดเห็น:

  1. ฟังธรรม จากท่านเจ้าคุณโชดกแล้วเข้าใจในกรรมฐานดีขึ้น และ ขณะที่ฟังคิดตามคำสั่งสอนของท่าน มีสติ คิดตาม เข้าใจ ในรูป และ จิต อนุโมทนา สาธุ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ17.6.55

    ขอรับประวัติท่าน 2แผ่น
    พงศิลป์ แซ่ห่าน
    289/38 ถ.คลองลำปัก ดุสิต กทม.10300

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ7.10.55

    ขอรับประวัติท่าน2แผ่นและธรรมการปฏิบัติธรรม

    ตอบลบ
  4. เด่วจัดส่ง MP3 ท่านเจ้าคุณโชดกไปให้น่ะครับ แต่ประวัติของท่านเจ้าคุณโชดก ก็ copy จากเว็ปไปได้เลยครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ครับ

    ตอบลบ
  5. มีแจกซีดี เทศน์ลำดับญาณและสอนธรรมะของท่านเจ้าคุณโชดกไหมคะ??....ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  6. แจกครับ เข้าตาลิ้งด้านล่างเลยครับ
    http://dhamma-free.blogspot.com/2010/02/cd.html

    ตอบลบ
  7. ชอบคุณมากคะ..รุจิรา ได้รับ MP3 ของหลวงพ่อโชดกเรียบร้อยแล้ว ขออนุโมทนา สาธุ กับกุศลที่ท่านได้เผยแพร่เทศน์ของหลวงพ่อโชดกคะ

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ13.12.58

    ศักดา รินทะจักร์ ได้รับ MP3 แล้วครับ....ขออนุโมทนาบุญกุศล ครั้งนี้ด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบลบ
  9. กราบขอบพระคุณท่านผู้ให้ธรรมะของท่านโชดกเป็นธรรมทานค่ะ นางวิจิตรา พวงอินทร์ 191/1 ถนนวิทยุ แขวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ10330คะ

    ตอบลบ
  10. กราบขอบพระคุณท่านผู้ให้ธรรมะของท่านโชดกเป็นธรรมทานค่ะ นางวิจิตรา พวงอินทร์ 191/1 ถนนวิทยุ แขวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ10330คะ

    ตอบลบ
  11. จัดส่งให้แล้วน่ะครับ

    ตอบลบ
  12. สรสิช ผิวนวล 8/150(34/566)หมู่1ถนนพระราม2ซอย51แยก3 เเขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม 10150 ขอcdธรรมเจ้าประคุณโชดก ครับ

    ตอบลบ
  13. สรสิช ผิวนวล 8/150(34/566)หมู่1ถนนพระราม2ซอย51แยก3 เเขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม 10150 ขอcdธรรมเจ้าประคุณโชดก ครับ

    ตอบลบ
  14. จัดส่่งแล้วครับ

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ25.8.59

    ธีร์รัสศรา สวรรค์พรเพ็ญ 604/155 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120...ขอซีดีธรรมของท่านเจ้าคุณโชดกค่ะ...ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้ากับผู้ให้ธรรมะเป็นธรรมทานนะคะ

    ตอบลบ
  16. จัดส่งแล้วครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ2.9.59

      ได้รับแล้วนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะและขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

      ลบ
  17. สาธุ สาธุ สาธุ ขอถวายความเครพ

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยม