Blog นี้สร้างมาเพื่อ เป็นสื่อกลางให้ผู้สนใจในการปฏิบัติ ได้มาศึษาหาความรู้ และ แนะนำสถานที่ปฏิบัติให้แก่ผู้สนใจ และ ช่วยนักปฏิบัติผู้กำลังหลงทาง ให้เจอทางออก และ เข้าถึงซึ่งความเป็นจริงของสภาวะ

5 กุมภาพันธ์ 2553

สถานที่ปฏิบัติธรรม


โพธิปักขิยธรรมสถาน มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ

เลขที่ 195 หมู่ ซอยเทศบาล 4 ตำบลทับกวาง

อำเอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 18260
โทร. 087-0286616,086-1211314

ดูภาพรวมทั้งหมด












โดย พระอาจารย์มหาเหล็ก จนฺทสีโล
สำนักงาน โทร ๐๘-๗๐๒๘-๖๖๑๖, ๐๘--๖๑๒๑-๑๓๑๔

เหล่าศิษยานุศิษย์ท่านอาจารย์ มหาเหล็ก จนฺทสีโล ได้มาร่วมแรงร่วมใจกันในการพัฒนาก่อสร้าง โพธิปักขิยธรรมสถาน เพื่อเป็นพุทธบูชา และเพื่อแสดงถึงความกตัญญู กตเวทีที่มีต่อท่านอาจารย์มหาเหล็ก จนฺทสีโล อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้มีสถานปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐานที่สัปปายะ มีครูบาอาจารย์ที่สามารถช่วยให้ผู้ปฎิบัติสามารถเข้าถึงแก่นแท้แห่งพุทธธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้


โดยในเริ่มแรกคณะศิษย์ได้ดำเนินการเพื่อขอจัดตั้งมูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพในปี ๒๕๔๓ และคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ออกหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๔ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ดำเนินการประกาศการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไปเล่มที่ ๑๑๘ ตอนที่๑๐๐ ง วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๔ โดยมูลนิธิมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม และจรรโลงส่งเสริมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน


โพธิปักขิยธรรมสถานตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ ๑๒ไร่ เชิงภูเขาโดยมีถนนเข้าถึงได้โดยสะดวก และการก่อสร้างกุฏิ ได้แบ่งเป็น เขตโยคีหญิง และเขตพระสงฆ์และโยคีชาย โดยในปัจจุบันเขตปฏิบัติธรรมโยคีหญิง ประกอบด้วย กุฏิเดี่ยวพร้อมห้องน้ำ จำนวน ๑๑ กุฏิ เรือนแถวใต้ถุนสูง ซึ่งมีห้องเดี่ยวพร้อมห้องน้ำ รวม ๑๒ ห้อง และ ศาลาปฏิบัติธรรม รวมซึ่งสามารถรองรับโยคีได้ ๑๕ – ๓๐ ท่าน


ประวัติท่านอาจารย์มหาเหล็ก จนฺทสีโล

นามเดิม เหล็ก สุภศร เกิดวันอังคารที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๙๒ บิดามีนามว่า
นายสี สุภศร มารดามีนามว่า นางจันดา สุภศร มีพี่น้องทั้งหมด ๙ คน ท่านเป็นบุตร
คนที่ ๓ ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ ๙๒ หมู่ ๓ ตำบลยายแย้มวัฒนา
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์


บรรพชา/อุปสมบท
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๒ วัดนิคมเขต ตำบลถาวร อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์


การศึกษา

- น.ธ.เอก พ.ศ. ๒๕๑๔
- ป.ธ. ๓ พ.ศ. ๒๕๒๔
- ปริญญาตรีพุทธศาสตร์บัณฑิต (พธ.บ.) คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ ๒๕๓๓

การศึกษาพิเศษ
เข้าปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน โดยมีพระอาจารย์ ดร. ภัททันตะ อาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฎฐานาจริยะ เป็นผู้บอกพระกัมมัฏฐาน และได้รับการถ่ายทอดวิชาวิปัสสนาจารย์ หลังจากเข้าปฏิบัติกัมมัฎฐาน เป็นเวลา ๔ ปี

ความชำนาญพิเศษ
- เป็นพระวิปัสสนาจารย์พิเศษนิสิตปีที่ ๔ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ออกฝึกภาคสนาม พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๔๑

- สอนวิปัสสนากัมมัฎฐาน ณ โพธิปักขิยธรรมสถาน มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ จังหวัดสระบุรี, ยุวพุทธิกสมาคม แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ,วัดสุขสำราญ จังหวัดบุรีรัมย์ , สวนธรรมหาดเสลา จังหวัดนครสวรรค์ และบ้านสบาย ภูพิมานรีสอร์ท จังหวัด นครราชสีมา


ปัจจุบัน
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดสุขสำราญ จังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าสำนักโพธิปักขิยธรรมสถาน มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ จังหวัดสระบุรี

ขอเชิญร่วมปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ โพธิปักขิยธรรมสถาน ระยะเวลา ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน ๑๕ วัน ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน ถึง ๑ ปี
เพราะทางสำนักมีการปฏิบัติตลอดปี หากจะเข้าปฏิบัติเป็นคณะ รับได้ ไม่เกิน ๕๐ คน


โพธิปักขิยธรรมสถาน รับผู้ที่สนใจใฝ่ในการปฏิบัติกัมมัฏฐานตามแนว มหาสติปัฏฐานสี่ ทั้งระดับเริ่มต้น (ผู้ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน) , ผู้ที่เคยผ่านการ ปฏิบัติมาแล้วและผู้ที่ต้องการปฏิบัติให้ถึงฝั่งตามจุดมุ่งหมาย ซึ่งพระวิปัสสนาจารย์ จะเป็นผู้พิจารณา ว่าท่านใด หมู่คณะใด สมควรที่จะปฏิบัติอยู่ในระดับใด


เอกสารที่ใช้ในการสมัคร
๑. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป
๒. สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ
๓. จดหมายอนุญาตจากผู้ปกครอง (กรณีผู้สมัครอายุต่ำกว่า 20 ปี)


หลักฐานการสมัคร (เฉพาะพระภิกษุ – สามเณร)
๑. หนังสือรับรองจากต้นสังกัดเดิม หรือผู้ที่ปกครองเหนือตน เช่น เจ้าอาวาส , อุปัชฌาย์ , อาจารย์ , เจ้าคณะ / รองเจ้าคณะ
๒. สำเนาหนังสือสุทธิ (พร้อมทั้งต้นฉบับ) เพื่อยืนยันการดำรงอยู่ในสมณะเพศ
๓. กรณีจะมาเป็นคณะ (มากกว่า ๑๐ รูป) ต้องทำหนังสือรับรองจากวัดหรือสถาบันและแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน


เครื่องใช้ที่ควรนำติดตัวไปด้วย
ร่ม ผ้าปูที่นอนพร้อมปลอกหมอน ไฟฉาย เสื้อกันหนาว , ยาประจำตัว

ตารางปฏิบัติกัมมัฏฐาน (พื้นฐาน) ณ โพธิปักขิยธรรมสถาน มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ

กิจวัตรประจำวัน
๐๔.๐๐ น. ตื่นนอน (สรีระกิจ)
๐๔.๓๐ น. ทำวัตรเช้า
๐๕.๐๐ น. ฟังเทปธรรมะ / การบรรยายธรรม
๐๖.๐๐ น. เดินจงกรม
๐๖.๔๐ น. นั่งเจริญสติ (นั่งสมาธิ)
๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหาร (กำหนดอิริยาบถย่อย)
๐๘.๐๐ น. พักผ่อน
๐๘.๓๐ น. แนะนำการเดินจงกรม,นั่งเจริญสติ,การกำหนดฝึกปฏิบัติ
๑๐.๓๐ น. รับประทานอาหาร (กำหนดอิริยาบถย่อย)
๑๒.๐๐ น. พักผ่อน
๑๓.๐๐ น. ฝึกปฏิบัติ
๑๕.๐๐ น. น้ำปานะ (กำหนดอิริยาบถย่อย)
๑๕.๓๐ น. ปฏิบัติ
๑๖.๓๐ น. พักผ่อน
๑๘.๐๐ น. ทำวัตรเย็น
๑๙.๐๐ น. บรรยายธรรม , ปฏิบัติ
๒๑.๐๐ น. พักผ่อน

หมายเหตุ
๑. ตารางปฏิบัติฯ อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
๒. วันพระ , วันอาทิตย์ งดส่งอารมณ์

=============================

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม