Blog นี้สร้างมาเพื่อ เป็นสื่อกลางให้ผู้สนใจในการปฏิบัติ ได้มาศึษาหาความรู้ และ แนะนำสถานที่ปฏิบัติให้แก่ผู้สนใจ และ ช่วยนักปฏิบัติผู้กำลังหลงทาง ให้เจอทางออก และ เข้าถึงซึ่งความเป็นจริงของสภาวะ

27 มกราคม 2553

พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา


เชิญชมพิพิธภัณฑ์พุทธศาสนา ทุกวันเวลา 10.00 น.-17.00 น.

ณ สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี)
ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000

หลวงพ่อ กนฺตสิริ ภิกฺขุ

สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี)


ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านสักการบูชา


พระบรมสารีริกธาตุ ปัจเจกธาตุ อรหันตธาตุ
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันล้ำค่าในพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นพุทธบูชา สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา



พระบรมสารีริกธาตุ

     ธาตุ หมายถึง ธรรมชาติที่ทรงไว้ พระบรมสารีริกธาตุ คือธรรมชาติที่ทรงไว้ซึ่งพระสรีระขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


     พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายทรงอธิษฐานว่า “เราดำรงอยู่ได้ไม่ยั่งยืน เหล่าสัตว์เป็นจำนวนน้อยเห็นเรา ที่ไม่เห็นเราจำนวนมากกว่า สัตว์เหล่านั้นถือเอาธาตุของเราบูชาอยู่ในที่นั้น จักมีสวรรค์เป็นเบื้องหน้า”





     พระพุทธองค์ตรัสให้พระอานนท์ จัดการกับพระสรีระของพระองค์ภายหลังการปรินิพพานว่า ให้ห่อด้วยผ้า ๕๐๐ คู่ พระอินทร์ได้ทำการบูชาเพลิง เมื่อเพลิงดับลงผ้าที่อยู่ติดกับพระสรีระกายของพระพุทธองค์ ๒ ผืน ยังคงอยู่โดยไม่ถูกเพลิงทำลาย ทำให้พระสรีระของพระพุทธองค์ที่อยู่ภายในห่อผ้า ตกผลึกเป็นพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมด ไม่สูญหายเพราะถูกเพลิงทำลายแต่อย่างใด ด้วยการอธิษฐานของพระพุทธองค์ที่ต้องการให้บุคคลที่เกิดในภายหลัง ไม่ทันได้พบเห็นพระพุทธองค์ สามารถทำการสักการบูชาพระองค์ได้ ดุจดังเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ จึงทรงอธิษฐานให้พระสรีระแตกออกเป็นเมล็ดเล็กๆ มีสัณฐานดังเมล็ดพันธุ์ผักกาด เมล็ดถั่ว เมล็ดถั่วซีก เมล็ดงา และเมล็ดข้าวสาร เผยแผ่ออกไปสู่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก ให้ชนทั้งหลายได้ทำสักการบูชา แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภายหลัง


     การสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จึงเปรียบเสมือนการสักการะพระพุทธองค์ที่ยังทรงพระชนอยู่ และเป็นผู้มีสวรรค์ในเบื้องหน้า


พระบรมสารีริกธาตุรูปพรรณสัณฐานต่างๆ

คาถาบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

อะหัง วันทามิ สารีริกกะธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส





พระปัจเจกธาตุ






     พระปัจเจกธาตุ เป็นธรรมชาติที่ยังทรงอยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้า คือบุคคลที่สามารถตรัสรู้ธรรมด้วยตนเอง แต่ไม่ได้สั่งสอนผู้อื่นให้รู้ตามดังเช่นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้รู้เฉพาะตนไม่มีสาวกแต่อย่างใด พระปัจเจกพุทธเจ้านั้น จักบังเกิดขึ้นในสมัยที่ว่างจากพระพุทธเจ้า คราวละหลายองค์ ต่างจากการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าที่เกิดขึ้นสมัยหนึ่ง เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น แต่จะทรงสั่งสอนสัตว์ให้รู้ตามได้เป็นจำนวนมาก ทรงเผยแผ่คำสั่งสอนได้อย่างกว้างขวางออกไป เกิดเป็นพระพุทธศาสนามีอายุยืนนานหลายพันปี บางสมัยก็นานเป็นหมื่นปี หรือแสนปีก็มี แต่


     พระสมณะโคดมพุทธเจ้านั้นมีพระชนม์เพียง ๘๐ ปี พระธาตุจึงมีลักษณะที่เล็กละเอียดดุจเมล็ดพันธุ์ผักกาด เพื่อที่จะได้แพร่ขยายออกไปสู่ผู้ที่มีจิตศรัทธาได้อย่างกว้างขวาง เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยืนนานสืบไป


     ตามคัมภีร์ต่างๆ มักกล่าวถึงการนิพพานของพระปัจเจกพุทธเจ้า ว่ามักจะไปนิพพานที่ภูเขาคันธมาศ ซึ่งไม่ได้กล่าวเฉพาะไว้ว่าตั้งอยู่ที่ใด ในประเทศไทยได้พบพระปัจเจกธาตุ ในลักษณะคตหิน รูปร่างเหมือนไข่ฝังอยู่ในหิน มีสัณฐานกลมบ้าง รีบ้างแตกต่างกันไป เรียกว่าหินพระธาตุ คตหินหรือหินพระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น พบได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี สระบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ที่เขาสามร้อยยอด ประจวบคือรวม คีรีคือภูเขา และขันธ์คือร่างกาย จังหวัดที่มีภูเขาเป็นที่รวมขันธ์ คือพระปัจเจกธาตุ










คตหินสามร้อยยอดสีแดง ขาว น้ำผึ้ง และน้ำตาล ใจกลางคตหิน


     พระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เป็นคตหินที่พบที่เขาสามร้อยยอดนั้นจะเป็นชั้นๆ เมื่อผ่าออกภายในจะมีลักษณะเป็นวงซ้อนกัน คล้ายกับพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ทรงกลด เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ มีพุทธานุภาพช่วยให้ผู้ที่สักการบูชา ได้รับคุณประโยชน์ต่างๆ ตามลักษณะสีของคตที่ฝังอยู่ในหินดังนี้


     ๑. สีแดง เป็นสีเดียวกับอาทิตย์อุทัยเปี่ยมด้วยพลังแห่งความเจริญรุ่งเรือง คุ้มครองป้องกันภัย และหมายถึงความมีอำนาจบารมีของผู้ที่บูชา

     ๒. สีน้ำผึ้ง คือหินสีน้ำตาลใส มีพลังเมตตาให้ความร่มเย็นเป็นสุข ทำให้มีจิตใจเยือกเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจการงานต่างๆ

     ๓. สีขาว มีพลังที่เยือกเย็นบริสุทธิ์ เหมาะสมหรับผู้เจริญสมถ

วิปัสสนา พลังบริสุทธิ์จากหินทำให้ผู้ที่มองหินพระธาตุเป็นประจำจะทำให้ใจเย็นหนักแน่นมั่นคง และประกอบด้วยเมตตา

     ๔. สีดำ ให้พลังที่เข้มแข็งทำให้ผู้ที่สัมผัสหินมีสุขภาพแข็งแรงอายุยืน และมีพลังพิเศษในการคุ้มครองเพราะสีดำนั้นมีละอองเหล็กไหลผสมอยู่

     ๕. สีน้ำตาล เสริมสร้างสุขภาพให้อายุยืน มีความเด่นในด้านอยู่ยงคงกระพัน ช่วยให้เกิดปัญญารู้รอบ และจิตใจกล้าหาญ






คตหินสามร้อยยอด คุณพิชัย มีนสุข ถวายให้หลวงพ่อกันตะสิริ



     คตหิน หรือไข่ในหินทุกสี จัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่านพิธีกรรมทางศาสนา คตหินสามร้อยยอดเป็นหินที่สะสมพลังงานธรรมชาติจากพระอาทิตย์ พระจันทร์ ทะเล ขุนเขา และฟ้าดินนานนับล้านปี ตามธรรมชาติ มีอานุภาพ สรุปได้ ๙ ประการดังนี้คือ


๑. ทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสอยู่เสมอเกิดความร่มเย็นเป็นสุข

๒. ช่วยให้การเจริญสมาธิ มีจิตสงบเร็วและตั้งอยู่นาน

๓. ผู้ที่มีหินพระธาตุจะเป็นผู้ที่มีเมตตาเป็นที่รักแก่ผู้ที่พบเห็น

๔. คุ้มครองให้ผู้เก็บรักษาบูชาปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ

๕. ในทางโชคลาภช่วยให้ผู้รักษาบูชามีทรัพย์สมบูรณ์

๖. ในด้านสุขภาพ ทำให้ผู้บูชามีสุขภาพกายและใจดี เพราะเป็นหินที่ ทำให้ผู้ที่พบพาหรือสัมผัสอย่างสม่ำเสมอได้รับพลังงานธรรมชาติจากหินพระธาตุ จึงมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์

๗. นำไปสู่ความสำเร็จ ภายในของหินพระธาตุมีลักษณะเหมือนพระอาทิตย์ หรือพระจันทร์ทรงกลด เป็นพลังธรรมชาติที่นำไปสู่เจริญรุ่งเรื่องของผู้ที่เก็บรักษาและบูชา

๘. มีพลังในการหยั่งรู้ ผู้ที่บูชารักษาด้วยความศรัทธาอย่างสม่ำเสมอจักเกิดญาณพิเศษอันเป็นคุณพิเศษของหินพระธาตุ

๙. ปราศจากอันตรายต่างๆ มีชีวิตที่สงบสุข และมีความก้าวหน้าในชีวิต มีพลังในการเกื้อกูล พลังอันบริสุทธิ์ของผู้ที่บรรลุธรรมที่อยู่ในหินพระธาตุ จะเกื้อกูลผู้ที่เก็บรักษาบูชา ให้อยู่ดีมีความสุข



     คตหินสามร้อยยอด มีฐานะเป็นปัจเจกธาตุ อรหันต์ธาตุ เหล็กไหล และเป็นคตรวมอยู่ในตัวเอง จึงเป็นหินพระธาตุที่มีพลังพุทธานุภาพสูง ให้คุณแก่ผู้เก็บบูชารักษาเป็นอย่างมาก เป็นที่นิยมของชาวไต้หวัน มาเลเซีย และสิงค์โปที่นับถือพระพุทธศาสนา บุคคลเหล่านี้ได้เข้ามากว้านซื้อหินพระธาตุจากเขาสามร้อยยอด กลับไปยังประเทศของตนเป็นจำนวนมาก

     ปัจจุบัน ชาวบ้านเกาะอำเภอสามร้อยยอด ได้นำหินพระธาตุที่พบในถ้ำเขาสามร้อยยอดมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ มีความงดงามอันทรงไว้ซึ่งพลังอันบริสุทธิ์แห่งพุทธคุณเป็นจำนวนมาก





พระพุทธรูปแกะสลักด้วยมือจากหินพระธาตุ




อรหันตธาตุ

     อรหันตธาตุคือ พระธาตุที่เกิดจากพระสาวกของพระพุทธองค์ ที่ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เมื่อนิพพานกระดูกของพระอรหันต์เหล่านั้น ได้กลายเป็นพระธาตุ ให้ชนรุ่นหลังได้สักการบูชา





พระสีวลี อรหันตธาตุ



 อานิสงส์ของการบูชาพระธาตุ

     ในคัมภีร์ขุททกนิกาย วิมาณวัตถุ ได้กล่าวถึงอานิสงส์ของการบูชาพระบรมสารีริกธาตุของหญิงนางหนึ่ง ที่ได้เกิดเป็นเทพธิดาในวิมานทองบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ว่า


     เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูนำพระบรมสารีริกธาตุที่ทรงได้ส่วนแบ่งมาสร้างสถูป และทำการฉลองพระบรมสารีริกธาตุ ในระหว่างที่มีการฉลองพระสถูปที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น หญิงชาวราชคฤห์ผู้หนึ่งมีความต้องการที่จะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ได้เก็บดอกบวบ ๔ ดอก เพื่อที่จะไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้น


     ในระหว่างทางก่อนที่จะได้ไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุ นางถูกโคแม่ลูกอ่อนขวิดเข้าอย่างแรง ทำให้สิ้นชีวิตลงในทันที แต่ด้วยความตั้งใจที่จะทำการสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทำให้นางได้ไปเกิดเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์โดยไม่มีระหว่างขั้น เสมือนกับหลับแล้วตื่นขึ้น โดยมีวิมานทองเป็นที่อาศัย มีรัศมีที่เปล่งประกายออกจากร่างข่มรัศมีของนางเทพธิดาอื่นๆ ในที่นั้น


     ท้าวสักกะเทวราช ทอดพระเนตรเห็นนางเทพธิดานั้น มีกายเปล่งรัศมีสว่างกว่านางเทพธิดาทั้งหลาย ที่ตามพระองค์มา ทำให้สงสัยในบุญของนางเทพธิดาเกิดใหม่ที่มีรัศมีกายอันสว่าง และได้วิมานทอง จึงตรัสถามถึงบุญของนางเทพธิดานั้นว่า “เหตุใดจึงได้มีกายทิพย์อันมีรัศมีสีทองอันสว่างไสว และเหตุใดจึงได้วิมานทอง แม้รถม้า อาภรณ์ก็มีสีเหลืองทั้งหมด” นางเทพธิดานั้นทูลว่า “ข้าพระบาทได้นำดอกบวบขมที่ไม่มีผู้ต้องการ ๔ ดอก จะไปสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ แต่ยังไม่ทันจะได้ไหว้ ระหว่างทาง ถูกโคแม่ลูกอ่อนขวิดจนตาย จึงไม่ได้ทำการสักการะพระบรมสารีริกธาตุแต่อย่างใด จึงได้ผลแห่งบุญเพียงเท่านี้ หากแม้หม่อมฉันได้ทำการสักการบูชาบุญนั้นจะมากยิ่งขึ้น ทิพย์สมบัติจะมีมากกว่านี้แน่นอน”


     ท้าวสักกะเมื่อทราบบุญที่นางเทพธิดานั้นได้กระทำแล้ว เกิดความเลื่อมใสเป็นอันมาก ต้องการที่จะให้เทวดาทั้งหลายเกิดความเลื่อมใสในบุญกุศลนี้ จึงตรัสกับมาตุลีเทพสารถีว่า “ดูก่อนมาตุลี จงดูผลบุญกุศลนี้ ดอกบวบที่เทพธิดาได้ทำถึงจะมีค่าน้อยแต่ผลบุญมีมาก เพราะความที่มีใจเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระพุทธเจ้า” แล้วตรัสสั่งเทวดาทั้งหลายให้บูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าให้ยิ่งๆ ขึ้นไปเพราะผู้บูชาพระพุทธเจ้าจักได้ไปสู่สวรรค์ ตรัสสั่งให้หยุดการละเล่นทั้งหมด ทรงทำการบูชาพระเขี้ยวแก้วที่พระจุฬามณีเจดีย์ ๗ วัน เมื่อพระนารทเถระไปสู่เทวโลก ท้าวสักกะได้เล่าเรื่องนี้แก่พระเถระ




พิพิธภัณฑ์พระธาตุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี)


     พิพิธภัณฑ์พระธาตุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของสำนักปฏิบัติศิริธรรม (ถ้ำชี) เกิดจากการที่หลวงพ่อกันตะสิริ ภิกขุ ได้พบเห็นพระปัจเจกธาตุที่มีลักษณะเป็นคตหรือไข่ฝังอยู่ในหิน เรียกว่าหินพระธาตุจากเขาสามร้อยยอด โดยการแนะนำของตำรวจท่านหนึ่ง ที่เข้ามาพบและกราบหลวงพ่อที่วัดตาลเจ็ดยอด ซึ่งในวันนั้นหลวงพ่อเจ็บตา จึงให้คุณสุชาติ เครือแก้วพาไปหาหมอ แล้วเลยไปไหว้หลวงปู่โตที่วัดตาลเจ็ดยอด


     ตำรวจท่านนั้น เข้ามากราบสนทนากับหลวงพ่อ ว่าท่านอยู่ที่ไหน เมื่อรู้ว่าหลวงพ่อเป็นพระที่ปฏิบัติธรรมจากเพชรบุรี และได้รับซีดีธรรมะกับหนังสือที่หลวงพ่อแจกให้ ก็เกิดศรัทธาชักชวนหลวงพ่อให้ไปวัดเกาะไผ่ที่อยู่ติดกับเขาสามร้อยยอดว่า “มีบรรยากาศดี มีพระธาตุและสิ่งศักดิ์หลายอย่าง เป็นวัดที่น่าไปเที่ยวชมมาก” ตำรวจท่านนั้นพยายามที่จะนิมนต์หลวงพ่อขึ้นรถที่ตนเองขับมา เพื่อที่จะไปส่งที่วัดเกาะไผ่อย่างตั้งใจ พยายามนิมนต์หลวงพ่อให้ขึ้นรถของตนอยู่นาน


     หลวงพ่อเห็นความตั้งใจจริงของคุณตำรวจ จึงบอกว่าจะให้คุณสุชาติขับรถไปเอง ขอให้บอกทางไปกับคุณสุชาติ คุณตำรวจได้เขียนแผนที่ให้และขับรถนำไปส่งถึงทางแยกเข้าโรงเจเขาสามร้อยยอด แล้วกล่าวลาจากไป



     เมื่อคุณสุชาติขับรถไปตามทางที่ตำรวจบอก ก่อนที่จะถึงวัดเกาะไผ่นั้นได้ผ่านบ้านของลุงจร คุณสุชาติเห็นลุงจรกำลังแกะสลักหินอยู่จำได้ว่าเคยพูดคุยกับลุงจร และประทับใจในฝีมือการแกะสลักพระหินของลุงจร จึงถอยรถกลับเข้าบ้านของลุงจร ซึ่งมีลักษณะเป็นศาลเจ้า มีที่พักอยู่ด้านหลัง


     ลุงจรเข้ามาต้อนรับหลวงพ่อด้วยอัธยาศัยที่ดีมาก ถึงแม้จะไม่เคยรู้จักหลวงพ่อมาก่อน ก็พูดคุยด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส นิมนต์หลวงพ่อให้เข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นศาลของพ่อปู่สามร้อยยอด แนะนำให้หลวงพ่อชมหินก้อนหนึ่ง ทำให้ทุกคนที่พบเห็นมีความทึ่งมาก คือหินก้อนนั้นมีซี่โครงของมนุษย์ฝังอยู่ในเนื้อหิน มองเห็นอย่างชัดเจน ลุงจรบอกว่าเป็นกระดูกซี่โครงของพระอรหันต์ พบจากในถ้ำของเขาสามร้อยยอด ต่อมาลุงจรได้ชี้ให้หลวงพ่อดูหินอีกก้อนหนึ่ง เป็นหินที่หลวงพ่อประทับใจมาก แม้ดิฉันกับคุณสุชาติก็ไม่เคยเห็นมากก่อน รู้สึกประทับใจในสิ่งมหัศจรรย์กับธรรมชาติของหินมาก โดยไม่รู้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา และเป็นวัตถุล้ำค่าของเมืองไทย


     ลุงจรอธิบายว่าเป็นคตหิน หรือไข่ในหิน ตัวคตเป็นแคลเซียมหรือกระดูก เป็นพระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้า และของพระอรหันต์ ที่มานิพพานที่เขาสามร้อยยอด ร่างของพระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลายที่มานิพพานที่เขาสามร้อยยอด ได้รวมตัวเป็นพระธาตุในลักษณะของคตฝังตัวอยู่ในหิน นานนับพันปี หรืออาจจะเป็นหมื่น เป็นแสนหรือล้านปีก็ได้ หลวงพ่อมีความประทับใจมาก จึงขอแลกเปลี่ยนหินกับลุงจร แต่ลุงจรบอกว่ามีคนจองไว้แต่ไม่มารับไป หลวงพ่อจึงได้เปลี่ยนหินโลหิตธาตุ มาจากลุงจรก้อนหนึ่ง โดยคุณสุชาติเป็นผู้ออกปัจจัยและถวายให้หลวงพ่อ นำกลับมาให้ศิษย์ได้บูชาบนศาลาที่แสดงธรรม


     ก่อนกลับลุงจรได้เปิดห้องเก็บพระธาตุที่อยู่ด้านใน ให้หลวงพ่อชมพบว่าพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุข้าวบินเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อปรารภว่า วันเกิดเดือนกุมภาพันธ์ปี ๕๓ นี้ น่าจะแจกพระธาตุ ลุงจรได้ฟังจึงได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุข้าวบิณ เป็นจำนวนมากแด่หลวงพ่อ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับศิษย์ทุกคน ที่มาสรงน้ำให้หลวงพ่อในวันเกิด



     ต่อมาอีกหนึ่งสัปดาห์ คุณแม่ของคุณสำราญ ธรรมเนียมอินทร์ป่วยพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า คุณสำราญมารับหลวงพ่อไปเยี่ยมคุณแม่ที่โรงพยาบาล เมื่อออกจากโรงพยาบาลได้ถามหลวงพ่อว่า ต้องการจะไปที่ไหนต่อหรือไม่ หลวงพ่อบอกว่าต้องการไปเขาสามร้อยยอดเพราะมีความประทับใจหินพระธาตุของลุงจรมาก



     ระหว่างการเดินทาง หลวงพ่อปรารภให้ดิฉันคุยกับลุงจร ขอเปลี่ยนหินพระธาตุจากลุงจรเพื่อนำมาให้ผู้ปฏิบัติธรรมที่สำนัก ได้พบเห็นและบูชาพระธาตุนั้น เมื่อพบลุงจรดิฉันจึงขอเปลี่ยนหินจากลุงจร โดยบอกเหตุผลกับลุงจรตามที่หลวงพ่อต้องการว่า “หลวงพ่อไม่ต้องการที่จะนำหินนี้มาเป็นสมบัติส่วนตัว แต่ต้องการให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา ให้ชาวพุทธได้รู้จักสมบัติอันล้ำค่าในพระพุทธศาสนา และให้ผู้ปฏิบัติได้รับพลังบริสุทธิ์จากพระธาตุที่ฝังอยู่ในหิน เพื่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมด้วย



     ในขณะที่หลวงพ่อพูดคุยเรื่องหินกับลุงจรนั้น ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ด้านหลังโต๊ะบูชาพระของลุงจร จึงเดินวนไปด้านหลังเพื่อดูพบว่ามีหินพระธาตุอยู่อีกก้อนหนึ่ง แต่เล็กกว่าหินก้อนที่หลวงพ่อขอเปลี่ยนจากลุงจรมาก ดิฉันคิดว่าถ้าลุงจรไม่ให้เปลี่ยนหินก้อนใหญ่ ก็ขอเปลี่ยนหินก้อนเล็กแทนจึงยกออกมาให้หลวงพ่อดู ลุงจรเห็นแล้วยิ้มกล่าวว่า “อุตส่าห์เก็บไว้ด้านหลังยังพบอีก มีญาณวิเศษหรือเปล่า”



     ดิฉันจึงกล่าวขอเปลี่ยนหินพระธาตุกับลุงจรว่า ถ้าไม่ให้ก้อนใหญ่ก็ขอเปลี่ยนก้อนเล็กแล้วกัน แต่ด้วยเหตุผลที่จะนำมาเผยแผ่ศาสนา และให้ผู้ปฏิบัติบูชาระลึกถึงพระพุทธเจ้าของหลวงพ่อ ทำให้ลุงจรมองเห็นความตั้งใจและความเมตตาของหลวงพ่อ จึงยอมให้เปลี่ยนหินพระธาตุก้อนใหญ่ โดยคุณสำราญเป็นผู้ออกปัจจัยให้ลุงจร ถวายหินพระธาตุแด่หลวงพ่อ ลุงจรมอบพระบรมสารีริกธาตุแด่คุณสำราญกระปุกหนึ่ง เพื่ออนุโมทนาบุญกับคุณสำราญ





คตหินรูปหัวพญานาค คตหรือไข่ที่ฝังอยู่ในหิน



     อีกสามวันถัดมาหลังจากที่ดิฉันกำลังพักในช่วงเย็น เวลาประมาณ ๕ โมงเย็นเกือบจะ ๖ โมง รู้สึกง่วงนอนจึงเอนกายนอนกำลังจะหลับรู้สึกเหมือนมีคนมายืนตรงหน้าต่าง เมื่อหันไปก็เห็นคนผอมสูงผมยาวมาก ลุกขึ้นมองไปอีกทีก็หายไปแล้ว แต่มีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจว่า “ให้ช่วยไปนำมาที อยากไปเกิดแล้วอยู่นานมากแล้ว” ดิฉันคิดว่าตนเองคิดเอาเองก็ไม่สนใจ ในวันรุ่งขึ้นก็รู้สึกเหมือนเดิมอีกว่า “ช่วยไปนำหินก้อนนั้นมาหน่อยอยากไปเกิดแล้ว” รู้สึกติดต่อกันถึง ๓ วัน จึงคิดว่าคงไม่ใช่ความคิดของตนเอง คงเป็นเทพที่รักษาหินมาบอกให้ไปนำหินก้อนเล็กนั้นมา


     ในวันที่ ๔ หลวงพ่อก็บอกว่า ต้องการหินก้อนพระธาตุก้อนเล็กที่บ้านของลุงจรอีก ดิฉันก็บอกหลวงพ่อว่า ดิฉันก็ต้องการเหมือนกัน แต่ไม่กล้าบอกว่า มีความรู้สึกเหมือนกับคนมาบอกว่าให้ไปนำมา จึงตกลงกันว่าออกเงินกันละครึ่ง แล้วให้ลุงจรตัดหินเป็นสามส่วน แบ่งคนละ ๑ ส่วน คือหลวงพ่อ ดิฉันและคุณสุชาติ คนละ ๑ ส่วน ในวันรุ่งขึ้นคุณสุชาติ มาฟังธรรมจึงชวนกันไปที่บ้านลุงจร ครั้งนี้สังเกตเห็นว่า ระหว่างทางที่ไปบ้านลุงจรนั้น มีร้านขายหินพระธาตุอยู่หลายหลัง ก็คิดว่าน่าจะแวะเข้าไปดูพระจากบ้านชาวบ้านเหล่านี้บ้าง


     เมื่อไปถึงบ้านลุงจร ลุงจรได้นำหินพระธาตุสีขาวสี่เหลี่ยมมาถวายหลวงพ่อบอกว่า “ตั้งใจจะถวายตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แต่ว่าลืมเลยไม่ได้ถวายให้” เมื่อหลวงพ่อเห็นหินพระธาตุสีขาว ก็สนใจรับหินนั้น กล่าวยกหินก้อนเล็กสีแดงให้ดิฉัน คุณสุชาติเห็นดังนั้นก็บอกกับดิฉันว่า อย่าตัดเลยเสียดายไม่ขอรับส่วนแบ่ง ให้ดิฉันนำมาทั้งก้อน



     เมื่อดิฉันนำหินก้อนนั้นกลับมาถึงสำนักปฏิบัติธรรม ตั้งบนหิ้งพระพบว่าหินพระธาตุที่นำมานั้นมีลักษณะเหมือหัวพญานาคมาก คิดว่าเทวดาที่รักษาหินนี้เป็นห่วงจึงไปเกิดไม่ได้ ต้องการหาคนดูแลแทนจึงพยายามเรียกดิฉันให้ไปรับมา อีก ๒ วันต่อมา ก็รู้สึกว่าหินพระธาตุองค์อื่นๆ ที่เขาสามร้อยยอดต้องการที่จะมาที่สำนักอีกเป็นจำนวนมาก ขอให้สร้างที่อยู่ให้ด้วย ดิฉันจึงบอกแก่หลวงพ่อตามความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในใจ โดยไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด คิดว่าบอกไปตามความรู้สึกแล้วก็คงหายไป




พระพุทธรูปหินพระธาตุจากเขาสามร้อยยอด



     วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อได้ชวนดิฉัน ไปที่เขาสามร้อยยอดอีก เพราะประทับใจในหินพระธาตุ แต่ครั้งนี้มิได้ไปบ้านลุงจร ไปบ้านของชาวบ้านที่ที่จำหน่ายหินพระธาตุอื่นๆ พบพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินพระธาตุปางต่างๆ มีความงดงามมาก หลวงพ่อให้ดิฉันเปลี่ยนพระพุทธรูปเหล่านั้นกลับมาที่สำนัก โดยไม่สนใจว่าราคาสูงเพียงใด หลวงพ่อแวะเข้าร้านพระพุทธรูปหินพระธาตุทุกร้านที่มีอยู่ ด้วยความตั้งใจว่าจะช่วยเหลือชาวบ้านที่มีอาชีพแกะพระจากหินพระธาตุ ทุกบ้านที่บ้านเกาะไผ่ เพราะอาชีพบริสุทธิ์




พระสมเด็จแกะด้วยมือ

จากหินพระธาตุทรงกลด



     จากการเข้าทุกร้านในหมู่บ้านเกาะไผ่ ทำให้ทราบว่า หินพระธาตุเหล่านี้มีปาฏิหาริย์มาก เป็นที่นิยมของชาวไต้หวัน มาเลเซียมานานหลายสิบปีแล้ว ชาวไต้หวันและมาเลเซีย ต่างมากว้านซื้อหินพระธาตุกลับไปประเทศของตน เพราะพบปาฏิหาริย์ของพระธาตุสามร้อยยอด คือเมื่อไต้หวันเกิดแผ่นดินไหว ทำให้บ้านเรือนพังพินาศ ปรากฏว่าบ้านของชาวไต้หวันที่มีพระธาตุอยู่ ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด จึงพากันมาซื้อพระธาตุกลับยังประเทศของตนเองเป็นจำนวนมาก บางครั้งนำรถสิบล้อมาบรรทุกไปลงเรือเลยทีเดียว






พระพุทธรูปหินพระธาตุปางต่าง ๆ

     เมื่อหลวงพ่อรู้ว่า สมบัติล้ำค่าของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ถูกชาวต่างชาติขนกลับประเทศของตนเป็นจำนวนมาก ท่านก็คิดที่จะพยายามรักษาพระธาตุเหล่านี้ ไว้ในประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงพยาม เปลี่ยนพระธาตุจากหมู่บ้านเกาะไผ่ กลับมายังสำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม(ถ้ำชี) อย่างต่อเนื่อง

     ทั้งพระบรมสารีริกธาตุที่ลุงจรถวายมาก็เพิ่มขึ้นจากเดิม ในส่วนของพระธาตุอื่นๆ ก็จะมีคนมาบอกว่าที่ใดมีพระธาตุ เมื่อหลวงพ่อไปชม ก็ได้รับการถวายจากเจ้าของเป็นจำนวนมาก เช่น อรหันตธาตุ ๘๐ องค์จากพระอาจารย์ประจักษ์ วัดสัมพันธ์วงศ์ พระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ จากชมรมคนรักพระธาตุของคุณปราโมทย์ และได้รับพระปัจเจกธาตุ จากคุณพิชัย มีนสุข เป็นจำนวนมาก





อรหันตธาตุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ



     ภายใน ๓ เดือน สำนักปฏิบัติศิริธรรม (ถ้ำชี) มีพระธาตุทั้งที่เป็นหินพระธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุที่เป็นองค์เล็กละเอียดดุจเมล็ดพันธุ์ผักกาด และพระอรหันตธาตุจำนวนมาก ทำให้ดิฉันนึกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า พระธาตุและหินพระธาตุจะมาอยู่ที่สำนักปฏิบัติเป็นจำนวนมาก ช่วยสร้างที่อยู่ให้ด้วย จึงปรึกษาหลวงพ่อว่า น่าจะทำที่เก็บพระธาตุเป็นสัดส่วน เพราะชั้นบนห้องของหลวงพ่อนั้นเต็มไปด้วยพระธาตุ จนท่านต้องย้ายลงมาอยู่ชั้นล่าง

    
     หลวงพ่อปรารภว่า ถ้าจะจัดเก็บให้เป็นสัดส่วน ควรทำพิพิธภัณฑ์บรรจุพระธาตุ เพื่อที่ระลึกและทำการสักการบูชาแด่ชนทั่วไป ที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นการสืบต่ออายุพระศาสนา เป็นพุทธบูชา และเพื่อรักษาสมบัติอันล้ำค่าของพระพุทธศาสนา ให้เป็นสมบัติของแผ่นดินไทยสืบไปให้ยาวนาน




     ดิฉันจึงติดต่อคุณลัดดา เรืองจิระขจร สถาปนิกออกแบบ และจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พระธาตุขึ้น ที่หอพระไตรปิฎกชั้นบนของสำนักปฏิบัติธรรม งบประมาณในการจัดสร้าง รวมอุปกรณ์ที่บรรจุพระธาตุด้วย รวมประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท) ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดสร้าง



     การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระปัจเจกธาตุและอรหันตธาตุทั้งหลาย ก็เปรียบประดุจการได้สร้างที่อยู่อาศัยพระคันธกุฎีถวายแด่พระพุทธองค์ และพระอริยะเจ้าในพระพุทธศาสนา เพราะพระธาตุเหล่านี้ คือตัวแทนของพระพุทธเจ้า และพระอริยเจ้าดังที่ตรัสไว้ในขุททกนิกาย อปทาน ว่า “การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ มีผลเท่ากับการบูชาพระพุทธเจ้าเมื่อยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่”



     สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี) ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกันจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พระบรมสารีริกธาตุ พระปัจเจกธาตุ อรหันต์ธาตุ และสิ่งศักดิ์ อันเป็นสมบัติอันล้ำค่าในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นพุทธบูชา และเป็นสมบัติของแผ่นดินไทยสืบไป


ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ

การบูชาผู้ควรบูชา เป็นมงคลสูงสูด

(เป็นเหตุให้ได้ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ)

...............................



สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี)

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านสักการบูชา

และ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

พิพิธภัณฑ์พระบรมสารีริกธาตุ






พระบรมสารีริกธาตุสัณฐานต่าง ๆ








พระสีวลี อรหันตธาตุ




คตหินพระปัจเจกธาตุ









พระพุทธรูปหินพระธาตุ






พระบรมสารีริกธาตุ
สัณฐานเมล็ดถั่ว,เมล็ดงาดำ,งาขาว และเมล็ดข้าวสาร




พระปัจเจกพุทธธาตุ
..................................



อานิสงส์

การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

ในคัมภีร์ขุทกนิกาย อปทาน ได้กล่าวถึงอานิสงส์

การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ว่ามีผลเท่ากับการบูชาพระพุทธเจ้า เมื่อยังทรงพระชนม์ชีพอยู่





พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายทรงอธิษฐานว่า

“เราดำรงอยู่ได้ไม่ยั่งยืน

เหล่าสัตว์เป็นจำนวนน้อยเห็นเรา

ที่ไม่เห็นเราจำนวนมากกว่า

สัตว์เหล่านั้นถือเอาธาตุของเรา

บูชาอยู่ในที่นั้นจักมีสวรรค์เป็นเบื้องหน้า”

.....................


ร่วมเป็นเจ้าภาพ

พิพิธภัณฑ์พระบรมสารีริกธาตุ

โอนเงินหมายเลขบัญชี 731- 0- 24984 - 4

ธนาคารกรุงไทย สาขาพระนครคีรี

ชื่อบัญชี นางสาวปิยวรรณ อินปฐม

โทร. 081-5888792



"เชิญชมพิพิธภัณฑ์พุทธศาสนา"

ทุกวันเวลา
10.00 น.-17.00 น.

ติดต่อ
อ.ปิยวรรณ อินปฐม โทร. 081-5888792

แผนที่



สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี)
ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมือง
จังหวัดเพชรบุรี 76000
โทร.032-428522



.................................


    


8 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ3.1.55

    หนูขออนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ บทความนี้มีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ27.7.55

    เป็นบทความที่ดีมากค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ และจะไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุแน่นอนค่ะ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ5.9.55

    ไปปฏิบัติธรรมมาแล้วค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับอ.ปิยวรรณด้วยค่ะ ที่ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสอนทุกๆครั้ง สาธุ

    ตอบลบ
  4. อนุโมทนา สาธุครับ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ26.11.55

    ที่บ้านผมมีหลายองค์ครับ

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ28.3.56

    ปัฐวีธาตุ กายสิทธิ์ธาตุแห่งลุ่มแม่น้ำโขง http://www.ou-khamstone.com/detail.php?CatID=23&ProductID=76

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ28.3.56

    http://www.ou-khamstone.com/detail.php?CatID=23&ProductID=76

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ4.4.56

    ปัฐวีธาตุ กายสิทธิ์ธาตุแห่งลุ่มแม่น้ำโขง http://www.ou-khamstone.com/

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยม