Blog นี้สร้างมาเพื่อ เป็นสื่อกลางให้ผู้สนใจในการปฏิบัติ ได้มาศึษาหาความรู้ และ แนะนำสถานที่ปฏิบัติให้แก่ผู้สนใจ และ ช่วยนักปฏิบัติผู้กำลังหลงทาง ให้เจอทางออก และ เข้าถึงซึ่งความเป็นจริงของสภาวะ

8 กันยายน 2554

อนุภาพแห่งจิต


อานุภาพแห่งจิต
หลวงปู่เณรคำ แสดงธรรม ณ ดอกบัวคู่ 4 เมษายน 2554


เจริญพร พุทธศาสนิกชนทุกคนท่านที่ได้มาสดับพระธรรมเทศนา ในโอกาสอีกครั้งหนึ่งที่มาแสดงพระธรรมเทศนา ในลานธรรม ดอกบัวคู่ที่มีคุณแม่สุนันทา ลีเลิศพันธุ์ เป็นผู้มีจิตใจอันเลื่อมใสได้เปิดโอกาสให้เราท่านทั้งหลายได้รู้จัก ได้มีศรัทธาในครูบาอาจารย์ และได้สดับพระธรรมเทศนาตามควรแก่กาลแก่สมัยในการประดับสติปัญญาของเราท่านทุกคนให้เป็นผู้มีสติปัญญาแก่กล้าสามารถ


ชีวิตที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็นชีวิตที่มีแต่ความทุกข์แต่ก็เป็นชีวิตที่มีคุณค่าที่ทรงคุณค่าอันเราท่านทุกคนเป็นผู้ที่ได้ดำรงอยู่ด้วยฐานะแห่งการเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐยิ่งกว่าสัตว์อื่นใดในโลกใบนี้ มีความประเสริฐงดงาม มีความมหัศจรรย์ในสภาพจิตของตนเอง อันมีความเลิศเลอกว่าจิตของสรรพสัตว์อื่นที่เกิดมาอยู่ในโลกใบเดียวกัน เป็นความวิเศษเป็นความพิสดารที่จิตของมนุษย์ผู้เกิดมาในโลกใบนี้ เป็นจิตที่สามารถฝึกปรือฝึกฝน เป็นจิตที่สามารถขัดเกลา เป็นจิตที่จะสามารถก้าวเดินสู่ความหลุดพ้นตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้


บรรดาเหล่าท่านทั้งหลายที่เกิดมาในโลกยุคปัจจุบันจึงได้มาเป็นเจ้าของความวิเศษความพิสดารของอำนาจจิตที่ตนเองมีอยู่ จิตที่สถิตอยู่ในดวงใจที่มีพลังแอบแฝงอยู่ภายใน ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เป็นพลังจิตที่สำคัญที่สามารถยกระดับจิตของตนเองนั้น จากฐานะเดิมที่เป็นเพียงจิตปุถุชนธรรมดาให้ขึ้นสู่ความเป็นอริยจิต เป็นอภิจิตที่มีพลังที่แก่กล้าสามารถ เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เหนือโลก เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เหนือจักรวาลทั้งปวง ตรงนี้เรียกว่าพลังจิตที่ทุกคนมีอยู่ภายใน แต่กำลังจะมากน้อยเพียงไหนก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนขัดเกลาอนุภาพจิตของตนเอง ให้เกิดกำลังตามที่พระพุทธสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงสั่งสอนมา



ศาสนิกชนทั้งหลายสิ่งนี้ต่างหากคืออำนาจคือพลังที่เราท่านทั้งหลายอาจจะยังไม่หยั่งรู้ว่าเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มีอานุภาพที่รุนแรง มีอานุภาพที่กำลังมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก ภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้น หรืออานุภาพที่เป็นกำลังในโลก ไม่ว่าจะเป็นอานุภาพที่เกิดจากความเคียดแค้นพยาบาทปองร้าย หรืออานุภาพที่เกิดจากศาสตราวุธต่างๆ หรืออานุภาพที่เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติที่กล่าวมา ยังมีกำลังน้อยกว่าพลังจิตของมนุษย์คนนึง มนุษย์คนนึงที่มีพลังจิตย่อมมีพลังจิตที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังทั้งปวงในโลก ยิ่งใหญ่กว่าอานุภาพทั้งปวงในจักรวาลนี้


เราเป็นคนไทย เรากำลังนั่งมองดู ยืนดู นอนดูข่าวสารต่างๆ ที่มาจากทั่วโลก เราสัมผัสรู้ถึงข่าวร้ายต่างๆ ที่สอดแทรกเข้ามาให้เราได้รับรู้ ข่าวทั้งหลายเหล่านั้นเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติธรรมชาติ ทำให้มนุษย์จน สัตว์ทั้งหลายล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ก็เลยเกิดปัญหาเกิดคำถามว่า ทำอย่างไรเล่าเราจึงจะสามารถที่จะรอดพ้นจากภัยเหล่านั้นได้โดยที่ไม่ต้องพบเจอกับภัยกับปัญหาทั้งหลายเหล่านั้นที่เกิดกับชีวิตอื่น ที่เกิดในภูมิประเทศอื่น อาตมาภาพเองก็เป็นห่วงเป็นใยพุทธศาสนิกชนทั่วโลก อยากให้ท่านทั้งหลายได้เป็นผู้รอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ ที่กำลังเกิดจากธรรมชาติ จึงพยายามที่จะเสาะแสวงหาหนทางที่จะนำพาทุกท่านทุกคนนั้นได้รอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งหลายเหล่านี้

คิดค้นและพิจารณาจนรู้ว่า พลังจิตของมนุษย์ต่างหากที่จะยับยั้งความผิดพลาดของธรรมชาติ ที่จะยับยั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติได้


เราท่านทุกคนได้รู้จักการฝึกจิตฝึกใจของตนเอง ก็เหมือนกับเป็นการที่เราท่านทั้งหลาย ได้รวมกำลังแห่งพลังจิตให้เกิดขึ้น ในจิตใจเพื่อต่อกรกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับเราท่านทุกคน อานุภาพจิตทั้งหลายเหล่านี้ย่อมสามารถที่จะทำลายล้างสิ่งที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ย่อมสามารถสกัดกั้นภัยอันที่จะทำให้ชีวิตเราท่านทุกคนตกร่วงลงสู่ความตาย



เราท่านทั้งหลายรู้หรือไม่ว่า หากเราร่วมจิตเป็นหนึ่ง มีพลังเกิดขึ้นที่จิต ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติย่อมไม่เกิดขึ้นแก่เรา


หลวงปู่เณรคำจึงพยายามที่จะสอนท่านทั้งหลายได้รู้จักการพัฒนาจิตใจของตนเองให้มีกำลังต่อไป นี่ก็คือปฐมโอวาทในค่ำคืนนี้ ในการที่จะนำพาท่านทุกคนได้เกิดปัญญาธรรมต่อไปตามหลักธรรมคำสอนที่จะได้แสดงต่อไปในค่ำคืนนี้ ในธรรมาสน์นี้


ขอให้ท่านทั้งหลายได้ร่วมใจกันสวดมนต์ให้หลวงปู่ฟังเหมือนดังครั้งที่แล้วเพื่อเป็นการน้อมจิตของตนเอง นมัสการคุณพระพุทธเจ้า เข้าถึงคุณพระรัตนตรัย แล้วน้อมจิตของตนเพื่อเป็นการอโหสิกรรมและขอขมากรรมต่อคุณพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ที่เราเคยล่วงเกินมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันด้วยบทสวดที่ออกจากจิตจากใจอันเลื่อมใสศรัทธา


มีความตั้งมั่นระลึกรู้ น้อมถึงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณตลอด เดี๋ยวหลวงปู่นิมนต์ให้ท่านอาจารย์อ่อนเป็นผู้นำสวดแล้วกัน แล้วก็ให้สวดเสริมบารมีด้วย เพราะว่าตอนนี้อากาศแปรปรวน ไฟในร่างกายในจิตใจเริ่มอ่อน


วันนี้หลวงปู่จะชาร์ตแบตให้แล้วกัน ให้แบตเตอรี่เต็ม พอดียังมึนรถอยู่ รถยังเบรกเหมือนกัน เพราะว่าเร่งมากลัวไม่ทัน กลัวโยมแม่สุนันทาดุเอา ก็เร่งขบวนเปิดระยะเปิดระยะตลอด เข็มไมล์เต็มแล้ว เข็มไมล์เต็มแล้วก็ให้มันตีกลับ เดี๋ยวโยมที่ดอกบัวคู่จะรอนาน เอา เตรียมตัวนะ พนมมือขึ้น เดี๋ยวจะนั่งกินหมากฟังเทพบุตรเทพธิดาสวดมนต์ให้หลวงปู่ฟังนะ เข้าใจไหม พอดีนั่งพักไปด้วย


ก่อนที่จะเข้าสู่สภาวธรรมอันควรแก่ชีวิตประจำวัน การดำรงชีวิตของเราในยุคกึ่งพุทธกาล หลังจากสวดมนต์เสร็จเราก็จะฟังธรรมกันต่อตอนนี้ แต่สักครู่นี้กล่าวปฐมโอวามธรรมในค่ำคืนนี้ไว้ก่อน เตรียมตัว พนมมือขึ้น สวดพร้อมกันนะ เครื่องเสียงวันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อืออึงอึงยังไงไม่รู้ไม่เหมือนเที่ยวก่อน



เรามาเข้าสู่ธรรมะกันในค่ำคืนนี้นะโยมนะ ธาตุขันธ์ร่างกายหลวงปู่วันนี้แปรปรวนหน่อยเพราะว่าไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน แต่ก็จะคุยธรรมะเป็นการกล่าวปาฐกถาธรรม จึงไม่ชื่อว่าเป็นการแสดงธรรม แต่ว่าเป็นการกล่าวโอวาทธรรมให้ญาติโยมในค่ำคืนนี้ฟังกัน พบปะพูดคุยภาษธรรมะกัน


เพราะว่าธาตุขันธ์ร่างกายถวายแก่พระพุทธเจ้าหมดแล้ว จิตใจก็ถวายแด่พระพุทธเจ้าหมดแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยทางโลกธาตุจึงไม่ได้สำคัญมั่นหมายกับหลวงปู่


ท้องเสียบ่อย ญาติโยมเขาเห็นเป็นพระอีสาน เอาแต่ปลาแดกให้ฉัน ปลาแดกกรุงเทพมันไม่เหมือนปลาแดกอีสาน ฉันแล้วขี้แตกขี้แตน ไม่รู้จะว่ายังไง เลยนั่งชันเข่า เพราะว่ากิริยาบทชันเข่ามันไม่ได้กดทับ เดี๋ยวออกมา

เทวดาวันนี้สวดมนต์เพราะจังเลย เคยได้ยินแต่เสียงสวรรค์ เสียงเทวดาเขาสวดมนต์ ในวัดพระขึ้น 15 ค่ำ ในวัดป่าขันติธรรมก็มีเทวดามาไหว้พระแก้วเวลาประมาณตี 2 ตี 3

บางทีก็อยู่สาขาบ้านเกิดเทวดาก็มาสวดมนต์อยู่ตรงศาลาใหญ่ ปกติเราก็จำวัดดึกอยู่แล้วนะ กลางคืนก็ประมาณตี 3 จำวัดตี 3 ตี 4 มาตื่นก็ประมาณ 8 โมง 9 โมง ก็เลยได้ฟังเสียงเทพบุตรเทพธิดามาสวดมนต์ให้พร ก็เหมือนกับญาติโยมที่สวดอยู่ในค่ำคืนนี้แหละ เหมือนกันทุกอย่าง เสียงไพเราะเสนาะหูมาก


นี่ก็เป็นอนุภาพจิตของเราท่านทุกคนที่มีกำลังมีความศรัทธาเป็นกำลังที่สำคัญ เราต้องเคยสร้างบารมีร่วมกันมาเลยได้มาสวดมนต์ให้กันฟัง เคยสร้างกันมา แล้วมายุคกึ่งพุทธกาลนี้หลวงปู่เณรคำต้องมีหน้าที่กอบกู้ นำพาจิตใจของท่านทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์พ้นจากวัฏฏะวนแห่งการเวียนว่ายตายเกิด พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยที่กำลังเบียดเบียน




การดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้มีแต่การถูกเบียดเบียนถูกคุกคามจากภัยต่างๆ ที่เข้ามาเบียดเบียนมาคุกคามชีวิต การดำรงชีวิตของเราท่านทุกคนในชีวิตประจำวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาคุกคามเบียดเบียน เรื่องความรู้สึกนึกคิด เรื่องการบ้านการเมือง เรื่องการทำมาหากินก็เข้ามาเบียดเบียนคุกคาม เรื่องการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกันเข้ามาคุกคาม

ทำให้เราขาดเสรีภาพ ไม่มีเสรีภาพ โดนเบียดเบียนคุกคามจากภัยพิบัติของสังคม ของการดิ้นรนต่อสู้ การแสวงหาปัจจัยให้ชีวิตตนเอง โดนคุกคามจากการกระทำของคนอื่น โดนคุกคามจากความยึดติดของคนอื่น ชีวิตจึงไม่ราบรื่น มีแต่สิ่งที่เบียดเบียนทำให้เราต้องทุกข์โทมนัสอยู่ตลอดเวลา


สิ่งที่มาคุกคามก็คือภัยพิบัติ ไม่ใช่เพียงคลื่นสึนามิ หรือแผ่นดินไหว แต่ภัยพิบัติเกิดขึ้นกับเราอยู่ทุกวัน เราหารู้ไหม นั่นแหละคือภัยพิบัติที่ทำให้ชีวิตของเราไม่มีความสุข ไม่มีความสงบ


ปกปักรักษาญาติโยมทุกสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มันคุกคามเราอยู่ตลอดเวลา หลวงปู่จึงให้การมาแสดงธรรมไม่ใช่เพียงการแสดงธรรมอย่างเดียว แต่ก็แผ่จิตแผ่อำนาจบุญบารมีคนด้วย


ด้วยเจตนาที่เป็นกุศล เป็นมหากุศล เป็นมหาบารมี เกิดจากกำลังปัญญา กำลังสติที่ฝึกมาตามคำสอนของพระพุทธเจ้า นำมาเผยแผ่บอกต่อ นำมาสั่งสอน นำมาสืบทอด ถ่ายทอดให้แก่ปุถุชนคนธรรมดา จิตยังข้องอยู่ในโลกียธรรม ในโลกียวิสัยอยู่ก็ตาม แต่ด้วยอำนาจความเป็นถึงซึ่งอริยภูมิ โลกุตรภูมินี้ ก็ยังสามารถต่อสู้ เอากำลังจิตใจทั้งหลายของท่านให้รอดพ้นจากภัยคุกคามที่เป็นปัญหาในชีวิตประจำวันนี้ อยู่ทุกวันทุกวันให้รอดพ้นได้


เพราะฉะนั้นเราท่านทั้งหลาย เมื่อฟังอย่างนี้แล้ว เอาเสียงขึ้นอีกหน่อยสิ ลำโพงไม่รู้หันไปทางไหนมั้ง หันลำโพงมาทางหลวงปู่หน่อย มันย้อนกลับ เสียงมันตีไปตีมา หรือว่าเราหูอื้อ เมาปลาร้าไม่ทราบ ถ้าปรับเสียงได้เหมือนธรรมาสน์ก่อนดีมาก ธรรมาสน์นี้มันอื้ออึงแปลกๆ


มาเทศน์ครั้งที่แล้วเสียงชัดเจนดี สงสัยคนละเจ้าหรือเปล่าเครื่องเสียง ดีใจนะโยม วันนี้ทำไมญาติโยมเยอะจังเลย พอญาติโยมเยอะหลวงปู่ก็เทศน์ไม่ออก แต่ก็เทศน์ออกเป็นบางประการ เดี๋ยวจะให้ธรรมมะโอวาทธรรมเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ง่ายๆ


เราจะทำอย่างไรเราจะก้าวทันโลก เราจะดำรงชีวิตอยู่ในขณะที่เราอยู่ในสังคมโลกกับมีหลักธรรม หรือว่ามีธรรมประกอบอยู่ด้วย ดำเนินชีวิตไปควบคู่กับสภาวธรรมของพระพุทธเจ้า ในสังคมยุคปัจจุบัน การดำรงชีวิตของเราที่จะเป็นไปด้วยความผาสุก ความอยู่ดีมีสุข เราจะดำเนินอย่างไร ตามธรรมะแห่งการเป็นคฤหัสถ์ เป็นญาติโยมผู้ครองเรือน


เราจะดิ้นรนยังไง ทำยังไงชีวิตถึงจะเจริญงอกงามไพบูลย์นะ เอาธรรมะพื้นฐานนะวันนี้ มาธรรมาสน์ไหนก็เทศน์แต่นิพพาน ญาติโยมบางคนบอกฉันไม่ไปหรอกนิพพาน แค่สวรรค์ก็ไม่รู้จะถึงหรือเปล่า ฟังหลวงปู่พูดถึงนิพพาน อยากไปๆๆๆๆ แต่ไม่รู้ว่าจะไปได้หรือเปล่า นี่นั่งอยู่นี่อยากไปนิพพานหมด ความอยากมันชัดอยู่แล้ว เราจะไปกันได้ไหมแค่นั้นเอง




ฉะนั้นเอาชีวิตในปัจจุบันที่จะดำรงอยู่ในสังคมที่กำลังแปรปรวนให้อยู่ดีมีสุขซะก่อนนะโยมเนอะ สมัยที่ปฏิบัติธุดงค์เนี่ย ที่หลวงปู่ร้องเสียงดังเพื่อให้เสียงเข้าไมค์ ที่ชันเข่าไม่ได้เป็นเหน็บชาหรอก ต้องเอาให้มันตั้งอยู่บนเข่า ต้องขออภัย แม่สุนันทารวยจะตาย ขาไมค์ไม่ซื้อใหม่ เอาเข่าตั้งก็ดี หลวงปู่ว่าบริษัทที่ผลิตขาไมค์ต้องซื้อลิขสิทธิ์หัวเข่าตั้งไมค์ของหลวงปู่


ปกติหลวงปู่แสดงธรรมพูดเบาๆ ให้ญาติโยมฟังทุกธรรมาสน์ได้ยินเสียงดังฟังชัดเพราะเครื่องเสียงเขาเร่งช่วย ที่จริงหลวงปู่พูดออกไมค์เบาๆ เพราะว่าหลอดเสียงไม่ดี เราพูดเบาๆ เวลาเทศน์ไปชั่วโมงสองชั่วโมงก็เบาๆ อันนี้ก็ดีหน่อยได้เอาหัวเข่ามารองหน่อย เข้าท่าดี


นี่แหละคือการรู้จักพัฒนาองค์ประกอบของร่างกายและชีวิตให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด ผลประโยชน์จากร่างกายนะคุณแม่นะ เอาเงินไปทำบุญถวายพระหมด ขาไมค์ไม่เปลี่ยนใหม่ แม่ไปวัดไหนวัดนั้นรวยหมดเลย แต่ว่าขาไมค์หลวงปู่ไม่เปลี่ยน สงสัยหลวงปู่โดนโยมแม่แกล้ง ชอบไหมคุยธรรมดาแบบนี้ ชอบใจ คลายเครียดไม่ใช่ทอล์กโชว์นะ พระเณรที่อยู่วัดป่าขันติธรรม เวลาหลวงปู่ขึ้นธรรมาสน์แสดงธรรมเขาไม่ค่อยนั่งฟัง แต่เขาชอบมานั่งฟังเวลาหลวงปู่คุยด้วยธรรมดาอย่างนี้เหมือนวันนี้


พระเณรเขาบอกว่าได้สาระธรรมมากกว่า ฟังไปเจริญไป เพราะว่าคำพูดของหลวงปู่มีคำสอนอยู่ข้างใน บุคคลผู้มีปัญญาย่อมหยั่งรู้ได้ดี มีสติปัญญา บางทีพูดไปหัวเราะไป มีแนวคำสอนสอดแทรกออกมา มีคติธรรมสอดแทรกออกมา นะโยมนะ


เพราะฉะนั้นฟังหลวงปู่พูดก็ฟังให้ดี ใช้สติปัญญาฟัง อย่าใช้สติหูฟังอย่างเดียว เข้าหูขวาออกหูซ้าย ต้องเอาสติปัญญาเป็นเครื่องดัก ดักไว้ สถิตไว้




ปฏิบัติบำเพ็ญมา ดูใจตัวเองมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยดูจิตใจคนอื่น ดูแต่ใจตัวเอง บำเพ็ญเพียรภาวนาก็ฝึกเอาสติ สมาธิ ปัญญา เข้ามารู้จิตรู้ใจดวงนี้ พระพุทธเจ้าสอนให้รู้แจ้งเห็นจริงในจิตในใจของตนเอง มันก็สว่างไสวขึ้นมา บริสุทธิ์สะอาด เพราะขณะที่เห็นจิตเห็นใจตนเอง อะไรที่มันมืดบอดมันเป็นมลทิน มันเป็นเครื่องเศร้าหมอง สลัดวาง เพราะอำนาจสงบระงับ อำนาจการรู้เห็นดวงจิตดวงใจของตนเอง


ธรรมดาอยู่ในป่าในเขาคนเดียว เคยเห็นวิญญาณเข้ามาหลอกมาหลอน เห็นเณรน้อยนั่งอยู่คนเดียวนึกว่าเราจะกลัว มาก็หิ้วหัวขาดมา ไอ้เราก็มองดูอยู่เหมือนกัน


ไอ้มันวิญญาณไม่ใช่คน ผีหัวขาด มองดูไม่กลัวนะ ไม่เคยกลัว สิ่งที่หลวงปู่กลัวคืออะไรโยม คือใจตนเอง


ใจดวงนี้น่ากลัวมาก เวลาเราควบคุมมันไม่ได้ มันทำผิดทุกอย่าง แม้แต่ศีลแต่ธรรมที่เราปกปักรักษามา อำนาจใจหลวงปู่ กิเลสบังคับขู่เข็ญขึ้นมา มันทำทุกอย่าง มันคิดทุกอย่าง มันพูดทุกอย่างที่เป็นบาปเป็นอกุศล เพราะการที่เราพ่ายแพ้ต่อใจตนเอง เอาชนะใจตนเองไม่ได้


เพราะฉะนั้นฝึกปฏิบัติธรรมกรรมฐานมา อยู่ในป่าในเขาคนเดียว เป็นเณรอยู่ในป่าในเขา ไม่เคยมีหมู่บ้านอะไร ไม่เคยกลัวอะไร ออกมาจากป่าจากเขามาก็มาเผยแผ่ธรรมะ บอกไปว่าถ้าหลวงปู่ออกมาตอนอายุมากๆ ก็จะไม่ทันคนที่เกิดก่อน ดูอย่างคุณแม่สุนันทาสิ นี่ก็อายุ 16 ปีแล้ว ถ้าหลวงปู่ออกมาตอนอายุ 106 ปี แม่ก็ไม่อยู่แล้วใช่ไหมคุณแม่ ก็เลยตัดสินใจออกมาหาคุณแม่ตั้งแต่อายุตอนนี้แหละ ตอนคุณแม่อายุ 16 นี่แหละแล้วคุณแม่ก็เลยได้ฟังธรรมหลวงปู่ ได้รู้จักหลวงปู่ ได้ทำบุญกับหลวงปู่


บางคนเขาบอกว่าหลวงปู่เณรคำทำไมมามีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย ไอ้เราก็ดีใจจังเลยเขาบอกว่าเราอายุยังน้อย จริงๆ นะปีนี้ 32 แก่แล้วนะอย่าว่าไม่แก่ แก่แล้ว 32 ใครว่าหนุ่ม หนุ่มมันต้อง 19 , 20 ตอนนี้มันแก่แล้ว ดังนั้นกิเลสในใจไม่มีนะ ไม่มีเหลือปะปนอยู่ในใจ


เพราะฉะนั้นผลของการปฏิบัติธรรมกรรมฐานตั้งแต่อยู่ในป่า หลวงปู่จะออกมามีชื่อเสียงตอนอายุแก่กับตอนอายุยังไม่มากอย่างนี้ก็มีอานุภาพเท่ากัน ไม่ต่างกัน เพราะคุณธรรมของหลวงปู่ยังคงเส้นคงวา เหนือกาลเวลา เหนือสมัย เหนือโลกธรรมทั้งปวง เหนือโลกธาตุทั้งปวง


อย่างอายุแก่ 80 ปี 90 ปีกับตอนอายุ 32 ปีคุณธรรมอันเดียวกันนี้ไม่มีอย่างอื่นที่จะมากเกินกว่าผลการปฏิบัติมันสิ้นสุดแค่นี้ พรหมจรรย์มันหยุดจบแค่นี้ นิพพานเป็นที่ตั้งอยู่ในใจตลอด ตลอดเวลา มันเป็นเรียกว่าเป็นอมตะนิรันดร์กาลในใจ ที่คงมั่นอยู่ในพระนิพพาน พ้นจากโลกแห่งกองทุกข์ด้วยใจอันเดียว พ้นไปแล้ว


เพราะฉะนั้นการเผยแผ่ตั้งแต่อายุยังน้อย ร่างกายเป็นสักแต่ว่าร่างกาย อายุขัยก็เป็นสักแต่ว่าอายุขัย หนุ่มน้อยหรือแก่ชราก็เป็นเครื่องรองของโลก เป็นสิ่งที่ปรากฏของโลก ไม่ใช่ของเรา ส่งคืนไปหมดแล้ว ไม่ยึดถือยึดมั่นแล้ว คุณธรรมไม่มีอายุ ไม่มีหนุ่มมีแก่ นิพพานก็ไม่มีหนุ่มมีแก่





คนทุกวันนี้มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม พระหนุ่มเดี๋ยวก็คิดแต่เรื่องผู้หญิง คิดยังไงเว้ย ประมาทพริกขี้หนูเผ็ดนะเว้ย งูเห่าตัวน้อยนี่พิษแรงนะเข้าใจไหม ประมาทเลินเล่อทะเยอทะยาน นี่แหละคนที่ไม่มีปัญญา มองไม่เห็นธาตุแท้แห่งธรรม แห่งคุณธรรมที่แท้จริง ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของผู้ปฏิบัติ


ท่านผู้มีความซื่อสัตย์ต่อพระรัตนตรัย ต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น จิตใจท่านเด็ดเดี่ยวหนักแน่นมาก ประดุจแผ่นหิน หนักแน่นประดุจแผ่นหินประทับลงที่ใจ พญามารร้ายแห่งกิเลสก็ไม่สามารถที่จะมาทำให้จิตใจของท่านล้มเหลวไป เพราะจิตใจของท่านนั้นมีความประเสริฐ เป็นจิตใจที่ประสบความสำเร็จแล้ว พ้นแล้ว เป็นบัวที่พ้นน้ำ มีความสว่างไสวอยู่ในตัว มีความงดงามประณีตอยู่ในใจ ขาวสะอาดผ่องแพ้วตลอดเวลา


อันนี้มันเป็นสภาพจิตของผู้ที่หลุดพ้นแล้วนั่นแหละ ท่านเคยเห็นร่างกายท่าน อายุขัยท่านเป็นเพียงแค่ปฏิกูลสิ่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่นานก็ต้องล้มตายไป ไม่ต่างจากคนที่ตายไปก่อนแล้ว เราก็รอแต่วันตาย แต่ก่อนที่เราจะตายเราต้องช่วยพุทธศาสนิกชนให้มากเท่าที่จะทำได้ จริงอยู่ในสังคมทุกวันนี้มีข่าวสารต่างๆ มากมาย เกจิอาจารย์ต่างมีชื่อเสียง แล้วก็ชื่อเสียงก็ล้มละลายไป เพราะสิ่งที่ทำไม่ดีบ้าง เพราะข่าวสารการโจมตีกันบ้างอะไรบ้าง นั่นก็เป็นส่วนของเขา


แต่อย่าลืมว่าถ้าปลาเน่าตัวเดียวจะเน่าทั้งโขยงมันเป็นไปไม่ได้หรอก คนดีก็มีอยู่ คนไทยก็มีดีอยู่ในตัวกันทุกคน คนหนึ่งมันไม่ดีแล้วไม่ดีหมดมันเป็นไปไม่ได้ ฟังเข้าไหมโยม เหนื่อยนะพูดอย่างนี้นะ กินหมากกัดเข้าไปเพื่อไม่ให้เวทนามันกำเริบนะโยมแม่นะ เป็นพระก็เหนื่อยนะแต่พอเห็นโยมแล้วหายเป็นปลิดทิ้งเลย ดูหน้าตาแต่ละคนสดใสงดงามด้วยน้ำจิตน้ำใจเลื่อมใสศรัทธา ตั้งแต่แสดงธรรมที่ดอกบัวคู่มาไม่มีโอกาสพูดคุย ขึ้นธรรมาสน์ก็หน้าบึ้งตึง นะโม ตัสสะ ภะคาวะโต แล้วก็เทศน์ให้ฟัง วันนี้ก็เป็นกันเอง


ทุกวันนี้หลวงปู่ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของชีวิตญาติโยม เพราะอะไร เพราะความศรัทธาที่มีหลวงปู่ไปนั่งในใจของทุกคน มาเผยแผ่ศาสนธรรมในกรุงเทพ เหมือนกับมารบราฆ่าฟันกับทิฐิมานะของคน รบราฆ่าฟันกับกิเลสของตนเองก็ยังพอ ต้องมารบกับกิเลสของคนอื่น ทำให้คนที่ยังไม่เชื่อให้ศรัทธา ให้เขาเชื่อให้เขาศรัทธา ทำให้คนที่เขาไม่รู้ให้เขาได้รู้


นี่คือสมรภูมิที่ยิ่งใหญ่ต้องใช้หลักจิตวิทยาที่สูงมากที่สำคัญมาก พระกรรมฐานองค์ไหนไม่แน่จริงเข้ากรุงเทพนี้พังหมดเลย หลวงปู่เณรคำเลยเอาความแน่วแน่มาประกาศตัวโจ้งๆ เอาแบบว่าตายเป็นตาย ก็บอกว่าสู้กับทิฐิของคน มานะของคน สู้กับกิเลสของคนเป็นเรื่องขี้ผง เพราะสู้กับกิเลสของตัวเองมามากหลายปี อยู่คนเดียวเราเคยรักษาจิตใจอยู่หลายปี


กิเลสของตนเองมันร้ายแรงกว่ากิเลสของคนอื่นนะโยม กิเลสของคนอื่นมันแบเบาะ กิเลสในใจของตนเองมันรุนแรงมาก มันร้ายแรงมาก เวลาที่โกรธขึ้นมา โลภขึ้นมา หลงขึ้นมานี่ มันทะเยอทะยานบอกไม่ถูกเลย

ทำให้เรานี้ต้องทนทุกข์ต้องโทมนัสเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้ก็เป็นห่วงญาติโยมในประเทศไทยทั่วทุกหัวระแหงที่กำลังทะเยอทะยาน


นี่แหละญาติโยมทั้งหลายอยากให้ทุกท่านนั้นมีชีวิตเป็นอยู่ในสังคมที่ดีงาม เป็นสังคมที่มีความสุข คิดดี ทำดี ปฏิบัติดี กล่าวดีต่อกันและกัน ปัญหาทางใจก็ไม่มี ปัญหาในการดำเนินชีวิตก็ไม่มี ฟังธรรมะหลายแห่งก็มีอรรถรสต่างกัน มีใครได้ฟังธรรมะหลายธรรมาสน์บ้างยกมือขึ้นสิ เยอะเหมือนกัน ใครเพิ่งมาฟังใครแรกวันนี้ เยอะเหมือนกัน ไม่ใช่ธรรมดา


วันก่อนก็ไปแสดงธรรมอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม เขาก็เขียนข้อธรรมให้นะโยมแม่สุนันทา ให้เทศน์เรื่องอุตสาหกรรม ปรากฏว่าอาตมาไม่เคย ไม่เคยทำอุตสาหกรรม แล้วจะให้อาตมาเทศน์ยังไงล่ะโยมเอย ธรรมะเพื่ออุตสาหกรรม ตายแล้วเรามีแต่ธรรมะเพื่อพระนิพพาน เป็นเรื่องอุตสาหกรรมอาตมาก็มึนงงจะพูดอะไรดี


ปรากฏว่าญาติโยมได้ฟังธรรมชอบใจกันใหญ่ หลวงปู่พูดได้ยังไงเรื่องอุตสาหกรรม เปรียบเทียบกันได้นะ เขาทำอุตสาหกรรมทำผลผลิตต่างๆ การผลิตสินค้าต่างๆ ออกมาสู่ตลาดโลก


หลวงปู่ก็ทำอุตสาหกรรมเหมือนกัน เปรียบเทียบการแสดงธรรม อุตสาหกรรมผลิตอานุภาพจิตให้เกิดขึ้นกับพุทธศาสนิกชน นี่แหละคือผู้ประกอบการตัวจริง หลวงปู่ก็เป็นผู้ประกอบการเหมือนกัน ทำอุตสาหกรรมผลิตคน ผลิตคนชั่วให้เป็นคนดี ทำคนชั่วให้เป็นคนดี ทำคนดีให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป อุตสาหกรรมสร้างคนดี


เป็นสินค้าตัวใหม่ กำลังมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แล้วหลวงปู่ก็ได้พูดถึงหลักธรรม และก็วิชาการต่างๆ ตามความรู้ความสามารถที่หลวงปู่กำหนดจิตรู้มา


แม้ว่าเราไม่เคยเรียนในเรื่องอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ได้เรียนเรื่องวิชาการ แต่หลวงปู่สามารถเข้าใจแจ่มแจ้งทุกกระบวนการในโลกใบนี้ โลกใบนี้ทั้งโลกอยู่ในกำมือของหลวงปู่ จะเป็นทวีปยุโรป อเมริกา หรือเอเชียอยู่ในกำมือของหลวงปู่ ในภาคพื้นทุกภาคพื้นทั่วโลกอยู่ในกำมือหลวงปู่ ปัญญาหลวงปู่รู้แจ้งเห็นจริงหมด


จะให้หลวงปู่เทศน์เรื่องโลกก็ทำได้ เรื่องบริหารจัดการ เรื่องธุรกิจอุตสาหกรรม จะอบรมธรรมะเข้าสอดแทรกเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันสังคมโลก หลวงปู่เทศน์ได้หมด อบรมสั่งสอนได้หมด


บอกตรงๆ ว่าไม่มีอะไรที่ปิดบังซ่อนเร้นที่หลวงปู่ไม่รู้ รู้เห็นหมดว่าอย่างนี้แหละ จบจากป่า ปริญญาที่หลวงปู่ได้มามี 3 ฉบับ ปริญญาแรกปริญญาใจ พระพุทธเจ้าให้มา จิตใจเข้าถึงพระพุทธเจ้าแล้วใช่ไหมโยม ปริญญาที่สองมหาลัยราชภัฏให้มา ให้หลวงปู่เป็นเตอร์เป็นดอกเตอร์ ตอนนี้ปริญญาใบที่สามก็ญาติโยมให้มาแต่ตรงนี้เป็นปริญญาธนบัตรต้องการทำบุญถวายทานในการที่จะเป็นทุนส่งให้จิตใจตนเองนั่นได้เข้าถึงผลสำเร็จในการบำเพ็ญบุญบารมีของตนเอง และเป็นการอุทิศบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปพร้อมทั้งสรรพสัตว์น้อยใหญ่


เหมือนกับหลวงปู่เป็นบุรุษไปรษณีย์คนหนึ่ง ที่เป็นผู้นำข่าวสารการบุญของท่านทั้งหลายนำผลบุญของท่านทุกคนไปบ่งบอกนำไปส่งให้เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนบริวารและผู้ที่เกี่ยวข้อง กำลังบุญเดิมของเราอาจจะไม่สามารถส่งไปถึง เราต้องอาศัยครูบาอาจารย์นี้แหละเป็นผู้ชี้ทางออกบอกทางเดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทางให้อย่างแท้จริง

เข้าใจไหม นี่กลายเป็นดอกเตอร์ 3 ใบ ปริญญาใจ ปริญญาดอกเตอร์ ปริญญาธนบัตร เราก็เป็นผู้มีความร่ำรวยในศีลในธรรมนะเข้าใจไหม


สมัยพุทธกาลพระอรหันต์อายุมากๆ ไม่ค่อยมี มีน้อยมาก มีแต่อายุ 25 30 ในยุคพุทธกาล มายุคนี้ค่านิยมเปลี่ยนเขาบอกว่าต้องเป็นหลวงตาแก่ๆ อายุมากๆ ถึงจะเชื่อว่าเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว วันก่อนก็เห็นหลวงตาคนหนึ่งอายุ 80ลาสิกขาบถไปแต่งงาน อาตมาก็มึนหัวเหมือนกันเลย ตายแล้วอย่างนี้พุทธศาสนิกชนเข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว บวชมาตั้ง 40 พรรษาลาไปแต่งงาน เจ้าสาวอายุ 65 เข้าท่า เห็นมาแล้วนะ ไม่เกี่ยวกับอายุเลย


ในพุทธกาลมีแต่หนุ่มๆ น้อยๆ เป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าไปแว่นแคว้นต่างๆ เดินข้ามป่าข้ามเขา ถ้าพระอรหันต์มีอายุมากก็เหาะไปในอากาศ เหาะไปด้วยบุญฤทธิ์ แต่พระอรหันต์หนุ่มก็จะเดินด้วยเท้าเปล่าตามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านไม่ค่อยเหาะหรอก ท่าจะเดินด้วยพระบาทเปล่าไปเรื่อยๆ



การดำรงชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันนี้นะ ญาติโยมนะขอให้มีความมุมานะที่จะประกอบคุณงามความดีให้เกิดขึ้น เพราะชีวิตที่เราอาศัยอยู่ในสังคมโลกปัจจุบันนี้ต้องยอมรับสัจธรรมแห่งความจริงที่เข้ามากระทบจิตใจเราอยู่ทุกวันๆๆ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เราสามารถจะเอาชนะทุกอย่างได้ สิ่งที่เราเครียด สิ่งที่เราทุกข์โทมนัสก็ปล่อยวางมันได้ เพราะมีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในใจ คุณธรรมคุณงามความดีที่ห่อหุ้มอยู่ในจิตใจเราอยู่ตลอด เราก็อยู่ในสังคมโลกอย่างมีความสุขความสงบ แล้วภัยอะไรที่เกิดขึ้นในโลกนี้


ประชาชนชาวไทยไม่ต้องกังวลใจ อย่าเป็นกระต่ายตื่นตูมนะ ขันติธรรมไม่มีใครไปขออยู่เลย แห้งแล้ง รับรองว่าไม่มีหรอกสึนามิจะเข้ากรุงเทพนะ อย่ากลัว เอาคอเป็นประกันเข้าใจไหม แต่ถ้ามาหลวงปู่ก็เผ่นก่อน แต่รับรองว่าไม่มีนะ ขอพูดคุยธรรมดานะแม่ แผ่นดินไหวหรือเปล่าแม่ บารมีพระอรหันต์ห่อหุ้มไปทั่ว ไม่ใช่สึนามิขึ้นญี่ปุ่น ประเทศไทยย้ายบ้านย้ายช่องไปอยู่จังหวัดเลยกันหมด อาตมาวัดป่า ไหวก็ไหวนิดหน่อยพอให้ระคายเคือง แต่อะไรที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรงไม่มี รับรองได้ เอาคอเป็นประกันนะ


คราวนี้สิ่งที่น่ากลัวก็คือใจของเราคนไทย คนไทยใจร้อน อยากให้ใจเย็นกันหน่อย คนไทยใจร้อนกว่าคนชาติอื่นนะ เข้าใจไหม ไปนั่งคุยกับคนจีน เขาบอกว่าคนไทยน่ะใจร้อน เขาคุยภาษาจีน แต่หลวงปู่คุยภาษาอุบล รู้เรื่องกันนะแม่เนอะ หลวงปู่มีลูกศิษย์เป็นคนจีนเยอะ อย่างอากู๋ อาหมอน้อย คุยกันรู้เรื่องนะโยมนะ


วันนี้ก็ได้มาแนะนำท่านทั้งหลายเกี่ยวกับชีวิตปัจจุบันสั้นๆ แบบชาวบ้าน พวกเรานะเจอเหตุการณ์ซึนามิที่จีน ญาติโยมก็กลัวกันมากใช่ไหม กลัวเพราะว่าเราอยู่ในกรุงเทพ อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ถ้ามีคลื่นอะไรมาเนี่ยกลืนหมด ดังนั้นก็กลัวกัน แต่ไม่มีหรอกโยม



อาตมาคุยกับพระอุปคุตที่สะดือทะเลเรียบร้อยแล้ว พอดีโทรศัพท์ไปหาท่าน สัญญาณก็ไม่ค่อยดี ais dtac มันไม่ตั้งเสาอยู่ในทะเลบ้าง โทรไปหาพระอุปคุตก็ไม่ค่อยติดเว้ย โทรไปก็นอนหลับ ไม่ทำอะไรเอาแต่นอนเข้าฌานอยู่นั่นแหละ รอแต่จะขึ้นปกป้องพระศาสนา ไอ้คนจะตายกันทั้งโลกก็ไม่รู้เรื่อง เราก็โทรไปต่อว่า


ท่านอาจารย์ทำอะไรอยู่ ท่านก็ตอบว่า มีอะไรหลวงปู่เณรคำ คนมันตายอยู่ที่ญี่ปุ่นรู้เรื่องรึเปล่า หลับหูหลับตาอยู่นั่นแหละพระอุปคุต  พระอุปคุตก็ตื่นมา เหรอ มีคนตายเหรอ อ้าว พระอรหันต์องค์นี้แย่เลยเว้ยเฮ้ย ไม่ลืมหูลืมตาดูพุทธศาสนิกชนที่อยู่ในโลก คลายเครียดไหมได้ยินอย่างนี้ เป็นการเทศน์ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยนะแม่


เราก็ไปบอกว่านั่งทางในไปหาอุปคุต เดี๋ยวเขาก็โจมตีว่าพระองค์นี้อวดอุตริมนุษยธรรมอีก เราก็เลยโทรศัพท์ไปหาเอาดีกว่า มันจะได้ไม่โดนว่าอวดอุตริมนุษยธรรม มีเบอร์โทรไหม มี เอาไหมโยมเดี๋ยวจะบอกให้ ใครทุกข์ใจเรื่องอะไรให้โทรไปหาพระอุปคุตเลย พระอุปคุตท่านก็บวชมาได้สิบกว่าพรรษาอยู่ที่อุบล แต่ก่อนชื่อนายอุปคุต เดี๋ยวจะหาว่าอุตริมนุษยธรรม สมัยเป็นเด็กพ่อแม่ก็ตั้งชื่อให้เด็กชายอุปคุต เพราะในบ้านนี้เขานับถือพระอุปคุต ได้ลูกมานี้ เขาไปอธิษฐานต่อรูปเหมือนพระอุปคุต แล้วพอมีลูก ลูกเกิดมาก็ตั้งชื่ออุปคุตเลย มาบวชเลยเรียกพระอุปคุต อวดอุตริไหม ไม่อวด เพราะมีตัวตนจริงนะแม่


เริ่มได้ทีแล้ว ถ้าคุยอย่างนี้ 7 ชั่วโมงถึงจะลงจากธรรมาสน์ ลักษณะการพูดคุยอย่างนี้เนี่ยหลวงปู่จะพูดคุยกับญาติโยมที่วัดป่าขันติธรรม ถ้าใครไปที่โน่นได้ฟังสถานีวิทยุ FM 89.0 เมกะเฮิรตซ์เนี่ย จะได้ฟังเสียงหลวงปู่สนทนากับญาติโยมอย่างนี้แหละ ซึ่งหลวงปู่ก็จะคุยธรรมดาแบบนี้ จะมีดัดจริตก็คือมากรุงเทพ เวลาจะเทศน์ก็ อือฮึม กลัวเขาไม่ศรัทธาไงโยม ทำเสียงหล่อเหมือนเสียงในฟิล์ม ศรัทธาก็จะเกิด ไปเทศน์ที่อีสานก็จะพูดธรรมดา แต่มาเทศน์ในกรุงเทพต้องเป็นนักพากย์หนังหน่อย เวลาไอก็ อึอืม ให้ตรงกับกิเลสของคน



คนเราต้องอย่างนี้นะ เอาธรรมชาติของจริงมาพูดมันไม่ชอบชอบแต่ของจอมปลอม เป็นอย่างนั้นแหละนะ เราบารมีมากน้อยแค่ไหนเราก็ไม่ทราบนะ ไม่เคยชี้วัดบารมีตนเอง หลวงปู่ไม่ยึดติดกับคำว่า เป็นผู้มีบารมีอะไร ทุกวันนี้มีแต่ความเมตตาล้วนๆ เป็นอันหนึ่งอันเดียวในจิตใจที่แผ่ให้กับญาติโยมทั่วประเทศ อยากให้ญาติโยมทุกคนได้รับบุญบารมีจากหลวงปู่กันทุกคน


เพราะว่าสงสารมาก เอ็นดูมาก แต่ก่อนไม่เคยคิดจะเข้ากรุงเทพ เพราะกลัวมากๆ เลย เพื่อนเขาบอกว่า อย่าไปเลยนะถ้ามีชื่อเสียงอย่าไปเลยนะกรุงเทพ เพราะว่าเราจะพังเลยนะ เราก็ไม่กล้ามา แม่สุนันทาไปวัดป่าขันติธรรมครั้งเดียว คุณแม่โปรยเสน่ห์แป๊บเดียว หลวงปู่มาเลย มาเทศน์แล้วปรากฏว่าญาติโยมแน่นไปหมดเลย


วันนี้มาเยอะกว่าวันก่อนนะ ไม่ใช่ธรรมดา มาด้วยบุญบารมีเก่ามันหนุนตั้งแต่อดีตชาติที่ผ่านมา บารมีเก่าที่บำเพ็ญมาสมัยชาติที่แล้วมันหนุน พอเกิดมาชาตินี้อายุไม่มากเลยมีลูกศิษย์ลุกหาตั้งแต่ยังเป็นเณร อุปถากอุปถัมภ์มา บางคนเป็นตั้งแต่หลวงปู่อายุ 15 ปีก็มี ทุกวันนี้ก็มา มาฟังเทศน์ บอกว่าหลวงปู่เทศน์วันนี้กับเมื่อสมัยหลวงปู่อายุ 15 ปีเหมือนกันทุกอย่าง ไม่เคยที่จะเป็นอย่างอื่นว่าอย่างนี้


หลวงปู่เมตตาคงเส้นคงวาเหมือนเดิม แล้วก็ไม่เลือกคนรวยคนจนเอาหมด ยี่สิบหรือร้อยเอาหมด ไม่เลือก บางคนไปหาหลวงปู่เณรคำบอกว่าเราจนจะเข้าถึงเลย ไม่ต้องห่วงโยม เอาอย่างเดียว ไม่เลือกหรอก ยิ่งจนยิ่งดีมาจะทำให้รวย เรามีหน้าที่ทำคนจนให้รวย รู้ไหมลูกศิษย์หลวงปู่นั่งอยู่นี้รวยทุกคนแหละ ไม่จนกันแล้วนะ




สมัยที่อยู่ในป่าคนเดียว ทุกข์ทรมานลำบากมาก แต่ก็มีญาติโยมขึ้นไปหาเยอะเหมือนกันนะ ส่วนมากจะเป็นพวกล่าหวย ได้ยินชื่อหลวงปู่เณรคำ เขาก็ตามกันไปหาที่ภูพาน สมัยก่อนอยู่ในถ้ำหินภูพาน จีวรก็ขาดๆ ผมก็ไม่โกน สมัยก่อนหลวงปู่มัดมวยผมขึ้นเหมือนผู้หญิงนะ ไม่มีมีดโกนโกนหัว ลงมาชาวบ้านเจอก็ว่าเราเป็นคนบ้า ไม่อาบน้ำ ไม่แปรงฟัน ผมไม่สระ


จีวรบางทีก็ไปได้กางเกงในชาวบ้านมาปะ มันก็เป็นรูปกางเกงรูปหัวใจ เขาก็ว่าเราบ้า จีวรมันขาด มันหาอะไรปะไม่ได้ เห็นกางเกงในก็ปะเลย เดินบิณฑบาตเขาก็ไม่ใส่บาตรให้ ทุกวันนี้เรียบร้อย เรียบร้อยดี


สมัยเป็นเณรดื้อมากเลย ดื้อจริงๆ ไปอยู่วัดป่าดอนธาตุ แม่ชีมาด่าหลวงปู่บอกว่าหลวงปู่ไม่ช่วยยกของ หลวงปู่ก็เลยไม่ได้โกรธหรอกแต่เดินผ่านกุฏิแม่ชี เห็นผ้าตากอยู่เลยเอาหมามุ่ยไปเคาะใส่ ก็เลยพอเดินจากกุฏิแม่ชีมา เห็นแม่ชีเดินผ่านกุฏิเลยร้องบอกว่า แม่ชี กรรมย่อมระงับด้วยการไม่จองกรรมนะ ปรากฏว่าแม่ชีไปเอาผ้ามานุ่งห่มตอนเช้าโยมเอย คันกันทุกรูปเลย เห็นไหมการด่าพระด่าเณรบาปมันตามทันนะแม่ชี


วัดป่าขันติธรรมเลยไม่มีแม่ชี เพราะหลวงปู่ไม่รู้เป็นอะไร ตั้งแต่เป็นเณรมาจนถึงทุกวันนี้ไม่ชอบมีแม่ชีมาอยู่ด้วยเลย เพราะโดนแม่ชีด่าทุกวัน และแม่ชีก็ใช้เณรเก่งมากด้วย สมัยก่อนหลวงปู่เตี้ยๆ เล็กๆ อ้วนๆ แม่ชีคงหมั่นไส้ เห็นหลวงปู่เดินผ่านกุฏิก็เณร อะไรแม่ชี มายกมะเขือเทศให้หน่อย มายกอาหารหน่อย มายกตะกร้าหน่อย แม่ชี 20 องค์เรียกหลวงปู่หมดเลย ตั้งแต่นั้นมา สาธุ ชาตินี้ถ้าข้าพเจ้ามีบารมีอย่าให้เจอเลย


แม่ชีทะเลาะกันอยู่ครัว ไอ้เราก็เดินผ่านพอดี เห็นท่าไม่ดีก็นึกว่าเขาจะทะเลาะวิวาทกันมากเลยเข้าไปห้าม บอกแม่ชี ทะเลาะกันทำไม เขาแย่งกันทำอาหารถวายครูบาอาจารย์นะโยมแม่ แย่งกันประกอบอาหาร คนนี้ก็อยากเอาของตนเองถวายครูบาอาจารย์ คนนั่นก็จะเอา พอดีเดินผ่าน รุนแรงมาก คนหนึ่งถือสากกระเดื่อง แม่ชีคนนึงถือตะหลิวสองข้าง จะตีกันให้ได้ เราก็เดินไปหยุดอยู่ตรงกลาง หยุดเถอะนะได้ไหมแม่ชี อย่าทะเลาะกันเลยนะ สงสารเณร เณรไม่อยากให้แม่ชีผู้ถือศีลดีอยู่ต้องมาทำผิดศีลอย่างนี้ อย่าทะเลาะกันเลย


ตรงกันข้ามแทนที่จะหยุดเขากลับหันหน้ามาเล่นงานทั้งสองเลยนะ ก็เลยเข็ดหลาบกับแม่ชีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไปวัดป่าขันติธรรมไม่มีแม่ชีอยู่เลย ไม่รับเลย เดี๋ยวมันมาตีกัน มันมีแต่คนเหลือขอมาบวชนะวัดนี้ แม่ชีบางคนเป็นโรคประสาทมาบวชอย่างนี้ บางคนก็ไม่รู้อะไรมาบวชนะแม่เนาะ




สมัยเป็นฆราวาสก็อยู่กับครอบครัว มีสามี มีลูก ด่าสามีเก่ง พอบวชประสาทกลับคิดว่าพระเป็นสามี ด่าพระด่าเณร หยุดนะไอ้พระ ว่างี้ ไม่ต้องพูดเลยนะไอ้พระนะ เนี่ยหลวงปู่เคยเจอมาแล้วนะ ของจริงสมัยเป็นเณร บาปกรรมมากเลย ญาติโยมอย่าไปทำนะอย่างนั้น เข้าใจไหม


พระจะดีไม่ดียังไงผ้าเหลืองก็คือสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าห่อหุ้มอยู่ อย่าไปด่าอย่าไปว่านะ เห็นพระไม่ดีก็อย่าไปว่า ว่าใจเรานี้ ใจเราไม่ดีเองเที่ยวไปโทษพระเจ้าเขา จะดีไม่ดีผลกรรมก็มีแก่เขาเอง พอเราไปมีส่วนร่วมก็ไปเป็นเจ้ากรรมนายเวรกับเขาอีก บางคนเห็นพระทำไม่ดีเรียกพระเวร ไอ้เวรนะแหละจะกลับมาหาตัวเราเองนะ อย่าลืมนะ


ชอบไหมเทศนาอย่างนี้นะ ชอบ เขาชอบได้ไงนะโยมแม่นะ เราเทศนาให้เขาเบื่อนะ เขาไม่เบื่อกันเนาะ สังคมทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนแปลง หลวงปู่ก็อยากให้ญาติโยมรู้จักการประยุกต์ชีวิตและจิตใจของตนเองให้เข้ากับธรรมชาติ บางทีถ้าเราไม่เข้าใจตัวเอง ไม่ทำความรู้สึกดีๆ กับตนเอง เราก็จะเป็นทาส ทาสความทุกข์ทุกอย่างที่เข้ามา เข้าใจไหม ต้องเข้าใจ บางอย่างมาทำให้เราผิดหวัง เราอย่าไปทุกข์ใจมาก


เพราะก่อนเราจะผิดหวังเนี่ยเราก็ไม่เคยมีเรื่องผิดหวัง มันก็ยังอยู่ได้ เข้าใจไหม ไปแก้ปัญหาที่ทำให้ผิดหวังทำให้ขุ่นเคืองใจแค่นี้ จะต้องมาทำชีวิตของตนเองให้เดือดร้อน ต้องมาซีเรียส เกิดไมเกรน นอนไม่หลับ เราอย่าไปให้เกิดเลยนะ คุณค่าที่สูงสุดก็คือจิตใจของเรา คนอื่นมาทำให้เราเป็นทุกข์ ยกออกจากใจให้หมด ยกออกจากใจให้หมด




อย่างหลวงปู่เณรคำเป็นตัวอย่างใครมาทำให้ทุกข์ใจยกออกจากใจ กระเด็นออกหมด ต่อต้านทันทีไม่ให้มีเลยนะ แล้วญาติโยมทำได้ไหมล่ะ อย่างที่บอก อือ ยากค่ะ ว่าอย่างนั้น ปล่อยวางบางนะ คราวนี้ก็ทุกวันนี้หลวงปู่ก็ประกาศบอกให้ญาติโยมว่า หลวงปู่ได้สร้างเทวดาประจำองค์พระแก้ว 840,000องค์ ให้ลูกศิษย์ลูกหาได้ร่วมกันบริจาคสร้างมหาวิหารครอบองค์พระแก้ว จะวางศิลาฤกษ์วันที่ 13 เมษายน เป็นพิธีวางศิลาฤกษ์เสามหาวิหารด้วย ก็จะมีการสร้างเทดาประจำองค์พระ 840,000 องค์ใครจะเป็นเจ้าภาพ องค์ละ 10,000 นะ สวยงามมาก วันนี้ไม่ได้เอาตัวอย่างมาให้ดู เทวดาไปเที่ยวพัทยาอยู่ ปั้นอยู่พัทยาโยมเลยว่าไปเที่ยวพัทยา เขาเอาตัวอย่างมาให้ดูก็สวยงาม

เป็นลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำต้องมีจิตใจแน่วแน่นะเข้าใจไหม แน่วแน่ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์


วันนี้เนี่ยเป็นวันที่หลวงปู่ต้องไปแสดงธรรมโปรดข้างบน เลยไม่ได้พูดอะไรมากมายเพราะว่ามีภารกิจต้องไปต่อ ร่างกายก็นอนอยู่ในเมืองไทย แต่กายทิพย์ไปแสดงธรรม เพราะว่ารับกิจนิมนต์มาตั้ง 5 ปีเพิ่งได้ไป เขามานิมนต์ไป แต่ไปแป๊บเดียว ไปแสดงธรรมแค่ไม่ถึง 3 นาที กลับลงมาก็สว่างแล้ว ไปที่โน่นไวมาก กลับมาที่นี่ก็สว่างแล้ว อย่างถ้าหลวงปู่ขึ้นไปข้างบน 1 วันเนี่ยที่นี่ก็จะร้อยปีสองร้อยปี ไปแค่ 2, 3 นาทีก็พอแล้ว มันรวดเร็วมากโลกแห่งวิญญาณนี่


ไม่ได้พูดมากเหมือนกับคุยกับมนุษย์หูหนาตาตีบ พูดจนเหนื่อยกรามยังไม่รู้เรื่องกันเลยนะ ไปคุยกับข้างบนนิดเดียว รู้เรื่องกัน เสร็จแล้วก็กลับมาสว่างพอดี เป็นอย่างนั่นแหละ บารมีที่หลวงปู่บำเพ็ญมา เคยบำเพ็ญทั้งพระโพธิสัตว์ เคยบำเพ็ญทั้งอะไรมามากมาย แต่ก็เป็นสักแต่ว่าอดีตไม่เคยเข้าไปยึดติด ปัจจุบันนี้ก็มีแต่ปัจจุบันล้วนๆ เหลืออยู่แต่พระนิพพานอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นมาแอบแฝง ตายเวลาไหนไม่เป็นที่ขัดข้องในใจ เพราะว่าชาติภพยุติแต่เพียงนี้ หมดสิ้น รากเหง้าของกิเลสไม่มีฝังอยู่ในจิตในใจ ขาดสะบั้นออกจากกันหมด



ฉะนั้นธาตุธรรมขันธ์ต่างๆ จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อเกื้อกูลบำรุงพระศาสนาทุกวันๆ ไปที่ไหนมาที่ไหนก็เต็มไปด้วยความเมตตา เราได้ทำตามความศรัทธาต่อของพระพุทธเจ้า ให้เรามีหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนา ก็ทำเต็มที่


มายุคกึ่งพุทธกาลนี้บารมีจะกว้างใหญ่เพียงใดก็เป็นแค่เครื่องรองของโลก ไว้ในโลก คุณงามความดีคืนสู่โลกหมด ไม่ได้เอาเข้าไปสู่พระนิพพาน คืนแก่โลกหมด


มาอาศัยร่างกายธาตุขันธ์นี้อยู่ด้วยความเพียรชำระจิตใจให้ขาวสะอาดผ่องแพ้ว เรียบร้อยแล้วก็หมดมลทิน ไม่มีเครื่องร้อยรัดทำให้เกิด ให้ตายในภพชาติ จิตสะอาดเหนือโลกธาตุทั้งปวงเหนือธาตุ เหนือธรรม เหนือขันธ์ในปัจจุบัน ณ โลก ธรรมชาติที่ปรากฏอยู่นี่เป็นเครื่องอยู่ชั่วคราว อาศัยอยู่เพียงเท่านั้น จิตใจวางไว้หมดแล้วสิ้นแล้ว ความมืดบอดที่มันมีในใจมันก็หมด มีแต่ความสว่างไสวปรากฏอยู่ตลอดเวลานะโยมนะ เข้าใจไหม




ที่นี้นอนนอนจำวัดไปมีคนเขาถามว่าหลวงปู่ฝันหรือ หลวงปู่ไม่เคยฝันนะมีฝันอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่หลวงตามหาบัวท่านละสังขารเวลาตี 3กว่า


นอนอยู่กุฏิที่วัดป่าขันติธรรม ก็ฝันเห็นหลวงตามหาบัวเดินมาบอกว่าหลวงตาจะไปแล้วนะไม่ได้กลับมาเกิดแล้ว หลวงปู่เณรคำไปดูศาลากุฏิหลวงตาหน่อยมาๆ เดี๋ยวจะพาไปดู ในความฝันก็จูงมือหลวงปู่ไปเดินรอบศาลาวัดป่าบ้านตาด ไปเดินรอบกุฏิท่าน จากนั้นเดินขึ้นกุฏิ ท่านเดินขึ้นหายไปเลย หลวงปู่ก็เรียกหลวงตาไปไหนหลวงตา ไม่กลับลงมา ก็ตื่นขึ้นมา


ตอนเช้าไปถามลูกศิษย์ให้เช็คข่าวที่วัดป่าบ้านตาดสิ หลวงตาท่านเป็นอะไรหรือเปล่า ก็บอกว่าหลวงตาสิ้นลมตอนตี 3 กว่าตรงกับเวลาที่หลวงปู่ฝัน และจากวันนั้นมาหลวงปู่ก็ไม่ฝันอีกเลยจนทุกวันนี้


เพราะฉะนั้นเวลานอนลงไปก็จะสว่างโล่ง ไม่มีสิ่งใดเป็นเครื่องยืนยันว่าจิตใจเรายึดติดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่มี สว่างโล่งตลอดนะญาติโยมนะ อย่างญาติโยมนอนหลับไปเป็นยังไง ไม่รู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรใช่ไหม มากมายก่ายกองเข้ามาทำให้เพ้อฝันอยู่ตลอด แต่หลวงปู่นี้โล่งสว่างอย่างเดียวถึงเช้าวันใหม่ เว้นไว้แต่หลวงปู่มีกิจนิมนต์ที่ต้องให้ธรรมทั้งมนุษย์โลก เทวโลก ทั้งพรหมโลก ต้องไปแสดงธรรมให้เขาฟัง เสร็จแล้วก็กลับลงมา รุ่งเช้าก็บิณฑบาตโปรดญาติโยม และก็ภารกิจอื่นๆ ต่อไป อย่างนี้ตลอดทุกวัน เดินตามรอยของพระพุทธเจ้าที่พระองค์เสด็จดับขันธ์ไปนานแล้ว ลูกหลานของพระองค์ก็ทำเหมือนพระองค์ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น โปรดมนุษย์กับเทวดาเหมือนกันหมด




ใครไม่เชื่อโลกมนุษย์ โลกสวรรค์ คนนั้นเป็นคนโง่ เป็นคนไม่มีสติปัญญา แต่หลวงปู่เป็นคนฉลาด ฉลาดในการรู้เท่าทันความจริงในมนุษยภูมิ เทวภูมิ ทั้งรูปพรหม อรูปพรหม สุทธาวาส รู้แจ้งเห็นจริงหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาตำราขึ้นมาอ้าง จิตมันก็เข้าถึง ตลอดกาล ตลอดสมัย ทะลุทะล่วงภพชาติทุกอย่างไปหมด ไม่มีอะไรที่จะหลงเหลือที่เราจะไม่รู้ไม่เห็น พระอรหันต์ทุกองค์เหมือนกันหมดในโลกใบนี้ เหมือนอย่างธรรมข้อหนึ่งที่เคยแสดงให้ญาติโยมฟังว่า


ถ้าหากเราได้จาบจ้วง หมิ่นประมาท พลาดพลั้งด้วยกาย วาจา ใจต่อพระอริยเจ้าทั้งรู้ก็ดีไม่รู้ก็ดีนั้น ทำกรรมอันนี้แก่องค์หนึ่ง ผลกรรมเหมือนกับทำกับพระพุทธเจ้า พระอรหันต์อีกหลายๆ ล้านองค์ที่ผ่านมา กรรมหนักมากนะโยมนะ อย่าประมาท นี่หลวงปู่ไม่เคยประมาทพระอรหันต์องค์ไหนเลยนะ ความดีเด่นชัดเราเทิดทูนสูงสุด ครูบาอาจารย์เป็นที่สถิตในใจ พระพุทธเจ้าสถิตในใจ เทิดทูนสูงสุด ท่านจะยังไงเห็นผิดยังไงเราอย่าแสดงออก กรรมมันหนักมากนะ เข้าใจไหมญาติโยม



จริตหลวงปู่ก็อย่างนี้แหละ ตั้งใจว่าคืนนี้นะ นั่งรถมาจากสาขาที่สุพรรณ บอกคุยกับนายดาบเสถียรที่ขับรถให้หลวงปู่มาตั้ง 10 กว่าปีบอกว่าวันนี้หลวงปู่จะคุยแบบธรรมดาแบบชาวบ้านนี่แหละ จะไม่ดัดจริตเหมือนทุกธรรมาสน์ ที่จริงถ้าจะเทศน์แบบให้ตรงใจญาติโยมเหมือนทุกครั้งก็ได้ แต่วันนี้อยากเปลี่ยนมิติใหม่ให้หน่อยนะแม่นะ มากล่อมให้หลับ ไม่มีใครหลับเลย ตั้งหน้าตั้งตาฟังหลวงปู่คุยอย่างเดียว แต่ถ้าเทศน์แบบธรรมาสน์อื่น ครากๆ ก็ไม่ประมาท บางทีเขาอาจเข้าฌานก็ได้นะแม่เนาะ





สมัยที่ก่อนจะเข้ามากรุงเทพเคยถอดกายทิพย์มา แต่ไม่มีใครเห็น มาดูลาดเลามาดูอะไรต่างๆ มีแต่หมาเห่า โอ้ย หมามันเห็นนะโยม เห็นกายทิพย์นะหมานี่ตาดีมากเลย เข้ามาดูว่ามันจะสมควรไหมที่เราจะเข้ามาเผยแผ่ เพราะเราจะต้องเข้ามาชนกับกระแสอะไรหลายๆ อย่างที่เขาไม่เห็นด้วย เป็นพระบวชเมื่อวานซืน จะมาเทศน์ปาวๆ อวดอุตริหรือเปล่า เราก็เตรียมกลยุทธ์ต่อกรกับกิเลสพวกนี้ให้ดีนะไม่งั้นไปไม่รอด


อย่างที่บอกนะนี่แหละคือ สมรภูมิ สู้กับกิเลสคนอื่นนะ มารบกับกิเลสคนอื่น ได้ยินเสียงสวดมนต์ไหมตอนนี้ นั่นแหละกิเลสยังหนาอยู่ เสียงสวดมนต์อยู่ข้างบนนะ เทวดาเขาชอบนะ เขาชอบฟังหลวงปู่พูดแบบนี้ แต่ว่าคนไม่ชอบเท่าไหร่มั้ง หรือชอบ เทวดาเขาชอบแบบนี้นะ เขาบอกว่า แบบ อะฮึม อาตมาจะแสดงเทศนา เทวดาเขาไม่ชอบ เขาบอกว่าพระดัดจริต เราพูดอย่างนี้ถึงชอบ โมทนาสาธุ ลูกๆ หลานๆเทวดาชอบใจๆๆๆๆๆ เป็นอย่างนั้นแหละ แต่มนุษย์นี้ยังแปลกๆ แปล่งๆ อยู่


เมื่อคืนจำวัดอยู่ที่สาขาที่สุพรรณ ไปเทศน์ที่วัดอะไรนะ วัดต้มยำกุ้ง อ้อ วัดบางกุ้ง ไม่ใช่วัดต้มยำกุ้ง จำผิดเอ้ย สงสัยตาลายหิวข้าว เรียกหาแต่ของกิน กิเลสมันสั่งขึ้นมา เมื่อคืนรู้สึกอ่อนเพลียมากนะบอกตรงๆ แต่ก็เทศน์โปรดไปด้วยความเมตตา ตั้งแต่เดินสายแสดงธรรมต่อเนื่องกันมา


วันนี้ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งเลยนะโยม หายเป็นปลิดทิ้งไม่มี มีแต่มึนหมากนิดหน่อย คุณแม่ท่านตามฟังเทศน์ตลอดเลยนะ หนุ่มๆ สาวๆ ก็สู้ไม่ได้ แม่อายุเกือบร้อยปีนะนี่นะ ไปธรรมาสน์ไหนเห็นแม่ทุกธรรมาสน์เลย ขอนแก่น อุดร ร้อยเอ็ด ไปชลบุรี หนองคาย ข้ามไปคนละภาค แม่ตามหมดเลย เก่งเนอะแม่เนอะ ไม่ธรรมดา แม่มุ่งนิพพานกับหลวงปู่แล้วนี้ จิตใจใสสว่างนะ



วันนี้เราจะมาเข้าถึงเรื่องเทวดา เมื่อคืนนี้จำวัดอยู่สาขา ปรากฏว่านอนสงบจิตใจเข้าสู่สมาธิจิตธิษฐาน นิมิตเห็นเทวดามามากเลย มาบอกว่า หลวงปู่เจ้าค้า ทราบแรงอธิษฐานหลวงปู่อายุแค่ 50 ก็จะละสังขาร เขาก็มานิมนต์ให้อยู่ต่อ อยู่ไปอีก เพราะว่ายังขาดอะไรอีกเยอะในมนุษย์โลกที่หลวงปู่ต้องเข้าไปช่วยเหลืออยากให้หลวงปู่เข้าไปช่วย

ความจริงแล้วชาตินี้หลวงปู่อายุแค่ 50 นะ อายุ 50 ก็จะละสังขารในวันที่ 18 เดือนกันยายน ละสังขารตอนเวลา ตี 2 กับ  3  นาที


เป็นเวลาที่ทิ้งธาตุขันธ์เนื้อหนังเอ็นกระดูกตอนอายุ 50 ปีนะแม่นะ อืม ตีหวยกันหมดแล้วแม่ ไอ้คนจะตายไม่ห่วงกันเลยนะ มองเป็นเรื่องหวยอย่างเดียว เทวดาเขาก็มานิมนต์ให้หลวงปู่อยู่ต่อ โอย เราไม่อยู่หรอกเพราะว่าเราเบื่อคนมากทุกวันนี้ เราจะอยู่ไปทำไมขี้เกียจพูดคุยแล้ว เขาก็ร้องไห้กัน  ไม่เป็นไรนะ ปรากฏว่าเราพูดอีกแป๊บนึง เขาก็แห่กันมาอีกเยอะ วันรุ่งเขาจะไปสดับพระเทศนาที่ดอกบัวคู่ด้วย

ขอนิมนต์หลวงปู่อยู่อีก แป๊บนึงเลยตัดสินใจรับว่าอยู่ต่อก็เลยอยู่ต่อ อายุ 50 ไม่ตายแล้ว ไม่ใช่ 5  0 นะ

ที่จริงเมื่อเช้านี้อยากมาบิณฑบาตโปรดอยู่ศรีนครินทร์ 50 นี้ 55 เอ้ยจำไม่ได้ อย่าเพิ่งเขียนสิ จบปริญญามามีแค่กระดาษใบเดียวเนี่ยนะ


อยากมาบิณฑบาตโปรดญาติโยมมากเลยแต่ลุกไม่ไหวโยม ร่างกายอ่อนเพลียมาก ก็เลยบอกว่าขอให้กุศลจิตของญาติโยมที่ถึงข้าพเจ้าก็เหมือนกับได้ใส่บาตรข้าพเจ้า ให้อานิสงค์นั้นเท่าเทียมกันเถิด


ปรากฏว่าในใจของหลวงปู่นี้เกิดแสงสว่างเกิดจากความศรัทธาเลื่อมใสในองค์หลวงปู่นี้สาดส่องไปถึงวัดป่าขันติบารมีสาขาสุพรรณบุรี ก็เลยรู้ด้วยใจเด่นชัดว่าผู้มาฟังธรรม ผู้มีศรัทธานั้นได้ทำการตักบาตรด้วยอานุภาพจิตเป็นที่สมบูรณ์แล้ว ญาติโยมอานิสงค์นี้ให้เกิดมีแก่ผู้ล่วงลับไป ญาติสนิทมิตรสหาย เจ้ากรรมนายเวร เทวัญให้ได้รับทั้งหมดทั้งปวงเลยนะ คราวนี้ก็ในสุขคติภูมิ โลก สวรรค์ เขาก็รู้จักพระอริยเจ้าทั้งหมดเลย เหมือนกับเราที่มานั่งฟังธรรมเนี่ย


เวลาพระอริยเจ้าแสดงธรรมเขาก็มานั่งกันเต็มอากาศ ค่ำคืนนี้ก็มีเยอะมากเลยมาฟังธรรม ไม่ได้วิปลาส ภพชาติต่างๆ มีจริง พระพุทธเจ้ายืนยันไว้มั่นคงแล้วแม่นยำมาก หลวงปู่มีตาเนื้อก็เห็นมนุษย์โลก ตาในก็เห็นวิญญาณนอกเหนือจากมนุษย์โลก พลังจิตของหลวงปู่นี้มันมหัศจรรย์มากเข้าใจไหมมันรับรู้ภพภูมิทุกอย่างเด่นชัดแจ่มแจ้งหมด ไม่มีอะไรที่ไม่เห็นไม่รู้นะญาติโยมนะ



ตอนนั่งรถมาผีหัวขาดตามแยกที่มันโดนรถชนนะยกมือขึ้นอย่างนี้โบกมือให้หลวงปู่ เออ หลวงปู่ก็เลยปุด ผีหัวขาดยกมือให้ แผ่เมตตาให้ไปเกิดเรียบร้อยแล้ว เข้ากรุงเทพแต่ละครั้งกอบกู้จิตวิญญาณที่ล่องลอยในกรุงเทพหลายล้านตัวนะโยมนะ ตอนนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว หลวงปู่มาเทศน์ข้างฆราวาสแถวนี้เนี่ย วิญญาณร้ายไปเกิดไปขานหมดแล้วไม่ต้องกลัว ใครที่ชอบนอนฝันร้ายก็ฝันดี ใครที่ไม่เคยฝันเห็นคนดีก็จะฝันเห็นล่ะงานนี้ ถูกใจโยมแม่หัวเราะกันใหญ่เลย


 หลวงตามหาบัวท่านบอกว่าฝากหลวงปู่เณรคำด้วยนะ หลวงตาจะไม่ได้มาเกิดอีกแล้ว เอ้านี่เห็นไหมกุฏิกับศาลาหลวงตาฝากด้วย หลวงตาฝากด้วย หลวงตาไม่ได้มาเกิดอีกแล้วนะ อ้าว หลวงตาจะไปไหน หลวงตานิพพานแล้ว ไม่ได้เกิดแล้ว ไอ้เราไม่เคยได้พูดคุยกับหลวงตามหาบัว ได้พูดคุยในฝันครั้งเดียวในชีวิต จากนั้นก็ไปงานพระราชทานเพลิงท่าน ไปเดินรอบเหมือนในฝัน เห็นแล้วน้ำตาไหลเลย เหมือนเปี๊ยบทุกอย่างเลยนะ


แสดงว่าหลวงตาท่านรู้รู้ถึงบุญหลวงปู่เณรคำ คราวนี้ก็คุยกับอาจารย์อ้วนที่วัดป่าบ้านตาดว่าถึงผมจะไม่ได้เคยอยู่ในวัดป่าบ้านตาดแต่จิตผมถึงหลวงตามหาบัวนะ บารมีธรรมถึงท่านแล้ว ไม่จำเป็นเนื้อหนังเอ็นกระดูกร่างกายเป็นพระเป็นเจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ท่าน จิตใจเราถึงท่านแล้วไม่เป็นปัญหาคาใจอะไร คุยกับท่านอาจารย์อ้วนที่ดูแลหลวงปู่ตอนไปงานพระราชทานเพลิง ท่านก็ขนลุกเลยมหัศจรรย์ และก็ในวัดงานที่วัดป่าขันติธรรมท่านก็จะมาช่วยงานเป็นอย่างนั้นแหละ




อ้าวว่าไงไม่ขี้เกียจฟังเหรอ แต่คนพูดขี้เกียจแล้วเว้ย เดี๋ยวมีเรื่องอีก เรื่องต่อไป เรื่องเทวดายังไม่จบ เดี๋ยวให้หลวงปู่บ้วนปากก่อนนะโยมเนอะ อยากฟังเรื่องเทวดาใช่ไหม ที่เอาเข่าชันไม่ใช่ว่าปวดขานะแต่ไมค์มันเอาไม่อยู่ บางคนบอกพระอะไรนั่งไม่สำรวม จะสำรวมยังไงก็ไมค์มันไม่อยู่


"ลูกศิษย์เอาชานหมากไปก็ถือกลับไปวัดป่าขันติธรรมที่ได้ไปเมื่อ 10 ปีก่อนที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นเณรน้อย หมากเป็นสีใสๆ แก้ว มันมีเสี้ยนไม้อยู่ข้างในนะเขาบอกว่าหมากเป็นพระธาตุไอ้เราไม่เชื่อหรอกไปเอาเรซิ่นหล่อมารึเปล่า แต่เขาเอามายืนยันว่าเป็น พระเณรในวัดหลายองค์หลายสาขาร่วมกันก็มากกว่า 40 , 50 กว่า เวลาปลงผมก็แย่งผมกันหมด เอาทุกอย่าง ขนหน้าแข้งหลวงปู่ไม่เหลือเลย เอาหมดเลย ให้นวดขานวดไปก็ดึงขนไปเอาไปหมดเลย "


ทุกวันนี้ไม่ให้จับเลยนะ จะเอาไปทำไมขนหน้าแข้ง แปลกเว้ย ปลงหนวดก็เอาไปหมด บางองค์บอกว่าเอาไปไว้ประมาณปีสองปีก็กลายเป็นแก้ว แหมมาหลอกเรา ไม่รู้เอาไปขายหรือเปล่า และก็เกศาเขาเอาไปให้ดูที่วัดป่าขันติธรรมมันยาวประมาณวา เก็บไว้ได้ 5 ปียาวเป็นวา ยาวได้ยังไงแปลกนะ ไม่รู้ไปเอาผมนางไม้ที่ไหนมาให้เราดู


ธรรมชาติมันประหลาด พลังจิตของมนุษย์นะโยมนะสามารถทำให้ธาตุต่างๆ นี้แปรสภาพได้ พลังจิตของมนุษย์นะเพราะฉะนั้นถ้าใครอยากให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่เกิดขึ้นกับภูมิประเทศตนเอง กับชีวิตตนเอง ฝึกพลังจิตกันให้มาก ทำพลังจิตเกิดขึ้นให้ได้ พลังจิตของเราทุกคนนี่แหละจะไปสงบระงับภัยพิบัติทางธรรมชาติ






แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านความรู้ความสามารถ สามารถจะคิดค้นการสร้างระเบิดปรมาณู ระเบิดนิวเคลียร์ อย่างใครนะที่เรียก ไอน์สไตน์ใช่ไหม ยังยอมรับพลังจิตของตนเองหรือว่าของคนทั้งหลายว่าเป็นอำนาจเป็นพลังที่มีอำนาจร้ายแรงมากกว่าอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในโลก เชื่อไหมโยม เพราะงั้นพลังจิตนี้จึงยิ่งใหญ่มากนะ


หลวงปู่จึงแผ่พลังจิตให้ญาติโยมทุกคนเพื่อทุกคนจะได้มีพลังจิตที่แก่กล้าสามารถโดยที่ลัดขั้นตอนการที่เราต้องมาบำเพ็ญเพียรคนเดียวเพื่อให้มันเกิดก็เอาพลังจิตของหลวงปู่นี้ไปหนุน


จากหลวงปู่ให้โยมไปคนละ 50 แล้วกัน  อีก 50 เป็นของหลวงปู่ เป็นของญาติโยมคนละครึ่งนะ 50  50 แนะก้มหัวคุยกันทำไม เอออยู่หน้าจอโปรเจคเตอร์หน้าบ้านคุณแม่กำลังมองหลวงปู่ใหญ่เลย โอ้ยสะใจ ฟังหลวงปู่คุยอย่างนี้ไม่อยากเดินไปไหนไม่อยากลุกไปไหนเลยเพราะมันค่อยๆ คลอดออกมาทีละตัว ยิ่งดึกยิ่งมันยังกะดูลิเกเลยนะ


ตอนนี้ก็ในช่วงที่ก่อนมานี้มีสิ่งหนึ่งที่มหัศจรรย์มากที่วัดป่าขันติธรรม หลวงปู่เข้าไปกราบพระแก้วใหญ่ ไปสั่งงานเพื่อจัดสถานที่ในงานวันสงกรานต์ปรากฏว่าในอากาศเหนือองค์พระแก้วนี้มีลำแสงพวยพุ่งเต็มไปหมดเลย ตอนนี้ใต้พื้นพิภพ หรือใต้ดินนี้มีจิตวิญญาณต่างๆ ขึ้นมาประชุมรายรอบองค์พระแก้วและก็บนอากาศก็มีเหล่าทวยเทพเทวดามาประชุมกันเป็นจำนวนมาก


เขามาร้องให้หลวงปู่เนี่ยเวลาไปแสดงธรรมที่ไหนก็ให้หลวงปู่พูดถึงเขาหน่อย เขาน้อยใจกันมากหลวงปู่ไม่ค่อยพูดถึงเลย เสียอกเสียใจกัน บอกเอ้าแล้วถ้าเราไปพูดถึงเธอทั้งหลายเนี่ย ประชาชนที่เขาศรัทธากระท่อนกระแท่นเขาก็หาว่าเราโกหกบาง หาว่าเราอุตริมนุษยธรรมมั้ง แล้วจะให้เราพูดยังไง เขาก็บอกไม่เป็นไรหรอกพระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอให้พูดเถิด มนุษย์ทั้งหลายเขาจะได้อนุโมทนาบุญด้วยว่าพวกข้าพเจ้าทั้งหลายก็ได้มาร่วมสร้างองค์พระแก้ว ร่วมสักการะ กราบไหว้บูชา




แล้วเขาทั้งหลายเหล่านั้นก็ยังฝากมาถึงญาติโยมทุกคนว่า บุญของท่านทั้งหลายนั่นเกิดแล้วมีแล้ว เขาก็นิมนต์หลวงปู่นะในคืนต่อมา มานิมนต์หลวงปู่ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่มนุษย์ที่กำลังมีชีวิตอยู่ในโลก เขาได้สร้างบุญเอาไว้แล้วบุญอันนั้นก็ได้เกิดเป็นทิพย์วิมาน ทิพย์สมบัติรอคอยการไปเสวยบุญหนาแน่นไปหมดเลยโยม เต็มไปหมดเลย

แล้วหลวงปู่ไปเห็นรูปร่างของทวยเทพเทวดาที่โน่น วิมานไหนที่มนุษย์ผู้สร้างบารมีไว้ที่มีบริวารอยู่ข้างบน มนุษย์หน้าตายังไงทิพย์วิมานนั้นก็จะมีบริวารหน้าตาคล้ายๆ กันเลย จำไว้เลยนั่งอยู่แถวนี้เหมือนเลยนี่ แปลว่าอะไรนี่ไม่ได้ตกนรกกันสักคนเลยนี่ ไปเห็นมาหมดแล้ว


บ้านเขาใหญ่นะขนาดเสาวิมานเจ็ดร้อยยอดใหญ่เท่ากับรถทัวร์ 5 คันซ้อนกันเลยนี่ ไม่ใช่ธรรมดาใหญ่มาก พอไปเห็นแล้วนี่ เทวดาอาราธนาธรรม เลยไปแสดงโปรดเสร็จแล้วก็กลับลงมา กลับมาก็ตามมาส่งมาให้กำลังใจ ว่าพระคุณเจ้าจะต้องเผยแผ่ศาสนกิจในโลกมนุษย์ยาวนานหลายสิบปี เขาก็มาให้กำลังใจ ก็บอกว่าธาตุขันธ์ร่างกายนี้ยังแข็งแรงอยู่แต่บางทีเราก็มีพยาธิโรคาเบียดเบียนบางเป็นบางขณะ


เขาก็บอกว่าจะมาช่วยมาพัดวีดูแลให้ ตอนนี้อยู่ข้างธรรมาสน์เขาก็พัดโบกให้ เย็นสบาย แต่ว่าญาติโยมคงร้อนน่าดูนะ หลวงปู่เย็นสบายอยู่คนเดียว ก็ไม่เป็นไรมีลูกศิษย์เป็นทั้งผีทั้งคนก็ดีนะ เดี๋ยวใครคนไหนดูถูกหลวงปู่เณรคำก็ให้ไปบีบคอได้เลยนะที่นี้ ไปจัดการเลย ลูกน้อง แล้วใครที่เขามีความทุกข์ใจแล้วหลวงปู่มองไม่เห็นเขามีความทุกข์มีชีวิต เทวดาทั้งหลายต้องไปช่วยดูแลแทนหลวงปู่ด้วยนะ เขาก็รับปากหลวงปู่เรียบร้อย




เพราะฉะนั้นลูกศิษย์หลวงปู่ในกึ่งพุทธกาลนี้ทุกคนต้องได้ดิบได้ดีมีความสุขความเจริญกันทุกคน ถึงชั่วลูกชั่วหลานเป็นข้อธรรมที่ฝากไว้ เราแม้จะโดนคุกคามเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเองที่เกี่ยวข้องกันมา ตั้งแต่เกิดมา ก็ต้องมีกำลังมีจิตใจที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง มีกำลังใจ ทุกคนเข้มแข็ง ยังไงเรามีครูมีอาจารย์อยู่ มีศีลมีธรรมห่อหุ้มจิตใจ เราจะรอดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่างได้นะ เราก็มีความสำเร็จได้ทุกประการต่อไป


สมัยที่อยู่วัดป่าขันติธรรมเนี่ย เทวดามาฟังเทศน์ทุกวันๆ จนไม่ได้พักผ่อนเหมือนกัน มาบนอากาศเบียดเสียดกัน เทวดามาแน่นไปหมด เต็มไปหมด สมัยนั้นยังไม่มีชื่อเสียงนะ หลวงปู่ไม่เคยเทศน์ให้ญาติโยมฟังเยอะอย่างนี้นะโยมแม่นะ ในป่าช้ามีแต่ผีมาฟังเทศน์ เขาบอกว่าอีก 5 6 ปีจะมีมนุษย์มิตรมาฟัง มาฟังเทศน์หลวงปู่เยอะมากเยอะมากนะ หลวงปู่จะเชื่อไหม เราก็บอกว่าเราไม่เชื่อ ถ้ายังไม่เห็นไม่เชื่อ ทุกวันนี้หลวงปู่เชื่อเทวดามาก เขาบอกเป็นจริงทุกอย่าง เขาบอกยังไงเป็นอย่างนั้นหมดเลย เรื่องจริง ต้องยอมรับ


 แล้วคราวนี้ในพรรษานี้ ช่วงกลางพรรษานี้มีเทวดาตนหนึ่งเขาไม่เคยมาเลย แต่มีบริวารเขามาบอกว่า เจ้านายเขาเป็นผู้มีบารมีเรื่องโชคลาภ ก็จะมากราบหลวงปู่มากราบพระแก้วใหญ่ แล้วก็เวลามานี้จะอลังการมาก บริวารมาหลายล้านตนขอพระคุณเจ้าได้เตรียมการรองรับด้วย ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราเตรียมน้ำชาไว้ให้ เขาบอกว่าเป็นเทวดาที่จะมาช่วยเหลือมนุษย์ช่วยเหลือหลวงปู่ว่างั้น เป็นมหาเทพที่มีบุญฤทธิ์สูงจะมาฟังเทศน์


ที่นี้หลวงปู่ก็รอคอยวันนั้นอยู่ว่าถ้ามาแล้วเราจะขอหวยให้ได้เลย ตรงใจญาติโยมในวันนี้มากเลยนะ เออ ความสุขดีๆ มีขึ้นจากการฟัง บารมีห่อหุ้มจิตใจของทุกคนไว้ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันข้างหน้าตลอดชีวิตของตนเอง อย่าลืมนะงานสงกรานต์ อย่าลืมไปร่วมกัน อย่าลืมจองเทวดาประจำองค์พระแก้ว 840,000 องค์แนะ มหาวิหารนี้ใหญ่มากเลย สามารถคลุมบริษัทดอกบัวคู่ประมาณ 5 , 6 แห่งได้เลยนะเนี่ย วิหารใหญ่มาก



หลังจากนั้นมาแล้วเนี่ยเวลามาในกรุงเทพ ขบวนผ่านไปถนนสายไหน ตามตึกตามอะไร วิญญาณที่อยู่ในตึกต่างพนมมือไหว้กันหมดเลยมหัศจรรย์มาก จิตวิญญาณตามบ้านเรือนญาติโยมออกมายกมือไหว้หลวงปู่มองเห็นนะ มองเห็นชัดเจนมากเลย เห็นชัดแจ่มแจ้งมาก


ไม่ใช่คนเพราะว่าครึ่งล่างเขาไม่มี มีแต่ครึ่งบน พนมมือไหว้ เราก็แผ่เมตตาให้ บางทีเขาก็โบกมือให้อย่างนี้ โบกมือให้ ยัง ตีเป็นหวยอยู่ได้ เราก็โบกมือให้จนติดเป็นนิสัยแล้ว เวลาขึ้นรถแล้วนั่งรถก็โบกมือให้ญาติโยมอีก ที่จริงในใจไม่ได้จะโบกมือให้ใครหรอก มีเทวดาอยู่ข้างหลังญาติโยมก็โบกมือให้เทวดา


คราวนี้ญาติโยมเขาก็เอ๋อเหรอเลยคิดว่าหลวงปู่โบกให้เขา จริงไม่ใช่คนไม่ได้สำคัญเท่าวิญญาณขนาดนั้น โบกมือให้ผีนะ ผีก็ดีใจกันใหญ่ เขาบอกว่าหลวงปู่มองเห็นเขาดีใจมากเลย หลวงปู่มองเห็นเขา เขาก็มาฟังธรรมเหมือนกันนะ เสร็จแล้วก็ยินดีปรีดากันก็ไปเกิดไปขานกันไม่มารบกวนญาติโยมให้เกิดปัญหาในระบบธุรกิจ ในชีวิตประจำวัน มากรุงเทพนี้ไปเกิดกันเยอะมากเลยนะ


อย่าว่าจะได้ฟังธรรมะดีๆ จากหลวงปู่เลยนะ บางคนญาติโยมบอกนิยมมาฟังหลวงปู่เทศนา เพราะว่าท่านเทศน์ดีมาก บางคนบอกว่าเข้าใจง่าย


แท้ที่จริงแล้วหลวงปู่มุ่งเน้นการแผ่เมตตาจิต ให้กับสรรพสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบข้างในโลกธาตุนี้ แล้วหลวงปู่ก็ให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณที่อยู่ในเรือนกายของโยมด้วย จิตวิญญาณของโยมกับจิตวิญญาณที่อยู่ข้างนอก เพราะฉะนั้นไม่ต้องฟังเพียงแค่ได้เห็นได้ยกมือไหว้ หรือได้สร้างบารมีกับหลวงปู่นะ อานิสงค์เท่าเทียมกันหมดเลย


นี่แหละเวลานั่งรถผ่านไปที่ไหนก็แผ่เมตตา แต่เขาเห็นรถวิ่งผ่านได้ไปเกิดเลย อานิสงค์แรงขนาดนั้นนะ พลังจิตมันแรงมากๆ ชัดมากๆ เลยจนวิญญาณเหล่านั้นทนอยู่ในโลกนี้ไม่ได้ ต้องไปจุติไปเกิดหมอเลย ญาติโยมก็ได้เหมือนกัน ไม่ต้องฟังหลวงปู่ต้องเทศน์อะไรให้ลึกซึ้งมากเพียงใด ได้มองเห็นแค่นี้ ได้พนมมือไหว้ แค่นี้อานิสงค์ก็มหาศาลมากแล้วนะ พูดยาวตั้งกี่ชั่วโมงแล้วนี่ กลับไปกลับมาอยู่นั่นแหละ เวลาเท่าไหร่โยมดูให้หน่อย 4 ทุ่ม  50 เหรอ ฮะ อะไรทำไมมันไปลงท้ายอย่างนั้นตลอดเลย ญาติโยมเพี้ยนไปหรือเปล่าเนี่ย ดูเวลาให้ดี ตาเหลือบดูให้ดี นาฬิกาตรงหรือเปล่า 3 ทุ่ม 16 นาทีนะ 3 ทุ่ม 16 นาที




ได้พูดคุยกับท่านพลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ท่านองคมนตรีและก็คุยเรื่องศาสนากับสังคม ท่านก็เป็นห่วง เพราะว่าญาติโยมทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ชาวพุทธเต็มร้อยว่าอย่างนั้น ก็เลยรับปากกับท่านองคมนตรีว่าหลวงปู่เณรคำจะทำให้ญาติโยมเป็นพุทธเต็มร้อยแล้วกัน ท่านไปต้องห่วงว่ายังงี้นะ ท่านองคมนตรีก็พอใจยินดีมาก นี่ก็เป็นห่วงญาติโยม ท่านเป็นคนดีมาก และก็พระเจ้าอยู่ทรงเป็นห่วงประชาชนราษฎรเป็นอย่างมาก ก็ฝากพระสงฆ์ไทยด้วยเป็นที่พึ่งให้กับญาติโยมด้วย ให้เขามีความสุขความเจริญอย่างแท้จริง


หลวงปู่มาแสดงธรรมในกรุงเทพบ่อยๆ และก็มักจะพาญาติโยมสวดคาถาศักดิ์สิทธิ์ 3 คาถาเพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าหลวงปู่มองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อาจจะทำร้ายจิตใจญาติโยมชาวไทย แล้วพระอินทร์ก็มานิมนต์ให้หลวงปู่นำพาญาติโยมที่มีบุญทั้งหลายได้อธิษฐานคาถาศักดิ์สิทธิ์ทุกธรรมาสน์ เพราะจะเกิดอภินิหารเกิดขึ้นกับชีวิตของเขาตลอด ผลก็เกิดขึ้นจริงๆ โยมญาติโยมทุกคนภัยที่กำลังมาก็ไปที่อื่นแล้วแล้ว


ก็ขอให้เผยแผ่คาถาศักดิ์สิทธิ์ 3 คาถานี้ให้กว้างไกล โลกเราก็จะสงบสุขนะ ญาติโยมก็จะมีความสุขตลอดทั้งชีวิตด้วยนะ


ตอนนี้คงจะได้เวลาที่สมควรนะญาติโยม ฟังหลวงปู่พูดคุยมานานเลยประมาณ 2 ชั่วโมงแล้ว ก็จะได้เวลาควรแก่การแสดงธรรมในค่ำคืนนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายได้มีสติปัญญาอันแก่กล้าด้วยอานุภาพในจิตที่มีพลังอย่างเหลือล้นเหนือจักรวาล อันบารมีใดที่อาตมาภาพได้บำเพ็ญมาด้วยความบริสุทธิ์ด้วยดี ขอจงเป็นพลวัตรปัจจัยซึ่งดลบันดาลให้เกิดพลังบารมีแก่ท่านทุกคนที่ได้สดับพระธรรมเทศนานี้จะขอดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายได้เป็นผู้มี สุข วรรณะ พละ ผุดผ่องดั่งทองธานี ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกคนทุกท่านเทอญ


...........................................................

2 ความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม